ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 5647/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ที่ผู้ร้องฎีกาว่าศาลควรอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม เพราะตามรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลายมือชื่อของเจ้ามรดกมีลักษณะการเขียนไม่คงที่ เขียนได้หลายแบบไม่มีลักษณะของการเขียนเด่นชัดเพียงพอ ไม่อาจตรวจพิสูจน์ได้ เป็นความเห็นมีลักษณะเอื้อประโยชน์แก่ผู้คัดค้านฝ่ายเดียว ผู้ร้องจำเป็นต้องซักค้านผู้เชี่ยวชาญและระบุผู้เชี่ยวชาญอื่นเป็นพยานเพิ่มเติมนั้นปรากฏว่าผู้ร้องก็เป็นฝ่ายขอให้ทำการตรวจพิสูจน์เช่นเดียวกันความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมิได้ส่อไปในทางไม่สุจริต แม้สามารถทำการตรวจพิสูจน์ได้ก็มิใช่จะรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเสียทีเดียว จะต้องพิจารณาตามลักษณะการเขียนและพยานหลักฐานอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งศาลย่อมตรวจดูได้ การขอให้ผู้เชี่ยวชาญอื่นทำการตรวจอีกจึงไม่จำเป็น จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานผู้เชี่ยวชาญอื่นเป็นพยานเพิ่มเติม

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายสนิท บุญยงค์เจ้ามรดก กับนางทิวาวรรณ บุญยงค์ โดยมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 2 คน คือผู้ร้องและเด็กหญิงวิลิปดา บุญยงค์ เจ้ามรดกจดทะเบียนรับรองผู้ร้องเป็นบุตรแล้วเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2533 ด้วยสาเหตุโลหิตเป็นพิษมะเร็งตับอ่อนและเบาหวาน โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ มีทรัพย์สินเป็นมรดกตกทอดมายังทายาทปรากฏตามบัญชีทรัพย์มรดกเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ร้องมีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก เนื่องจากหน่วยราชการ และธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้ามรดกประกอบกับเด็กหญิงวิลิปดาทายาทคนหนึ่งของเจ้ามรดกยังเป็นผู้เยาว์ทั้งผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดกขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก จึงมิใช่ทายาทโดยธรรมและมิได้มีส่วนได้เสียในการจัดการทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก ผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้เพราะมีอายุน้อยและอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียนขาดประสบการณ์ในการทำงานและเจ้ามรดกทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดกไว้ และแต่งตั้งให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามเจตนาและความประสงค์ของเจ้ามรดก ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและแต่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่ใช่ทายาทและไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดกของเจ้ามรดก พินัยกรรมฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม2529 เป็นเอกสารปลอม โดยนางอรพินธ์ บุญยงค์ นายศุภกาญจน์ สุภานางสาวปาริชาต สุภา นายวันชัย โกศัลวัตร และผู้คัดค้านคบคิดกันทำปลอมขึ้นด้วยความมุ่งหมายจะตัดผู้ร้องและเด็กหญิงวิลิปดาทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกมิให้ได้รับมรดกนายศุภกาญจน์นางสาวปาริชาต และผู้คัดค้านมิใช่ผู้สืบสันดานของเจ้ามรดกแต่บุคคลทั้งสามเป็นญาติของนางอรพินธ์ ขอให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านหลังจากสืบพยานผู้ร้องและผู้คัดค้านเสร็จแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกกับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป ส่วนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ร้องให้ยกผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาคำสั่งและคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ค.1 ค.10 และ ค.11 หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ค.1 ค.10 และ ค.11 ไว้จริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยสำหรับข้อที่ผู้ร้องฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า ศาลควรอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานเพิ่มเติมตามคำร้องและบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ลงวันที่ 3 มีนาคม 2535 เพราะตามรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลายมือชื่อของเจ้ามรดกมีลักษณะการเขียนไม่คงที่ เขียนได้หลายแบบไม่มีลักษณะของการเขียนเด่นชัดเพียงพอ ไม่อาจตรวจพิสูจน์ได้ เป็นความเห็นมีลักษณะเอื้อประโยชน์แก่ผู้คัดค้านฝ่ายเดียว ผู้ร้องจำต้องซักค้านผู้เชี่ยวชาญและระบุผู้เชี่ยวชาญอื่นเป็นพยานเพิ่มเติมนั้นเห็นว่า ผู้ร้องก็เป็นฝ่ายขอให้ทำการตรวจพิสูจน์เช่นเดียวกันความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมิได้ส่อไปในทางไม่สุจริตดังผู้ร้องฎีกาแม้สามารถทำการตรวจพิสูจน์ได้ก็มิใช่จะรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเสียทีเดียว จะต้องพิจารณาตามลักษณะการเขียนและพยานหลักฐานอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งศาลย่อมตรวจดูได้ การขอให้ผู้เชี่ยวชาญอื่นทำการตรวจอีกจึงไม่จำเป็น กรณีไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานเพิ่มเติมคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นางสาว ภัททดา บุญยงค์
จำเลย - นาง กุณฑลี ระพิพงษ์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 88 วรรคท้าย
องค์คณะ
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
ประสิทธิ์ แสนศิริ
สมภพ โชติกวณิชย์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา