ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 แพ่ง

ฎีกาที่ 5667 - 5668/2540

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนโดยสรุปว่า ศาลอุทธรณ์มิได้หักเงินค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดกของ ป. จำนวน 6,000 บาท และค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความในคดีทั้งสองสำนวนเป็นเงิน 250,000 บาท รวมเป็นเงิน 256,000 บาท ออกจากเงินที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยจะพึงได้รับ เป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ว่ามีค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความที่จะต้องนำมาหักออกจากเงินที่จะนำมาแบ่งแก่โจทก์ทั้งสองและจำเลย เมื่อคดีทั้งสองสำนวนมีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาแต่ละสำนวนไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสองฟ้องมีใจความทำนองเดียวกันว่า จำเลยซึ่งเป็นพี่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายเป๋าตามคำสั่งศาล จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเป๋าตามคำสั่งศาลได้ขายที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 87156 แขวงประเวศ เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 53 ตารางวา ไปในราคา 7,500,000 บาท โดยอ้างว่านำเงินไปไถ่ถอนจำนอง 1,000,000 บาท และชำระค่าบำเหน็จแก่นายหน้า 500,000 บาท หลังจากนั้นโจทก์ทั้งสองได้ติดต่อขอแบ่งทรัพย์มรดกคนละ 2,000,000 บาท แต่จำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจัดการให้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 2,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า จำเลยยังจัดการทรัพย์มรดกไม่เสร็จเรียบร้อย จึงไม่มีเงินมาแบ่งแก่ทายาท และโจทก์ทั้งสองไม่เคยติดต่อทวงถามให้จำเลยจัดการแบ่งทรัพย์มรดก จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 627,248 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองเพิ่มขึ้นอีกคนละ 85,333.33 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีทั้งสองสำนวนนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาแต่ละสำนวนไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาทั้งสองสำนวนโดยสรุปว่า ศาลอุทธรณ์มิได้หักเงินค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายในการร้องขอจัดการมรดกของนายเป๋า ชมชื่น จำนวน 6,000 บาท และค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความในคดีทั้งสองสำนวนนี้เป็นเงิน 250,000 บาท รวมเป็นเงิน 256,000 บาท ออกจากเงินที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยจะพึงได้รับเป็นฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ว่ามีค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทนายความดังกล่าวที่จะต้องนำมาหักออกจากเงินที่จะต้องนำมาแบ่งแก่โจทก์ทั้งสองและจำเลย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สมบัติ ชมชื่น กับพวก
จำเลย - นาย สมบูรณ์ ชมชื่น ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย เป๋า ชมชื่น
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 248
องค์คณะ
ระพินทร บรรจงศิลป
อำนวย สุขพรหม
ปรีชา นาคพันธุ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา