ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 5703/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ในการขายทอดตลาดโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินได้โดยชำระเงินมัดจำค่าซื้อทรัพย์ในวันขายทอดตลาด ส่วนที่เหลือจะชำระภายใน 15 วันการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือนั้นโจทก์ขอหักชำระหนี้โจทก์และทำบัญชีแสดงการรับ-จ่ายว่า เมื่อนำค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือมาหักชำระหนี้โจทก์แล้วจำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ศาลชั้นต้นอนุญาตและมีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินให้จดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินมีหนังสือถึงศาลชั้นต้นว่าจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์แล้ว ถือได้ว่าการบังคับคดีเกี่ยวกับที่ดินเสร็จลงแล้ว การร้องคัดค้านการขายทอดตลาดนั้น จะต้องร้องคัดค้านก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืนนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา296 วรรคสอง ดังนั้น แม้จำเลยจะไม่ทราบการยึดและการประกาศขายทอดตลาดก็ตาม เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง จำเลยย่อมไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่จำนองของจำเลยขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม เจ้าพนักงานบังคับคดีขายที่ดินที่จำนองโดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าการดำเนินการบังคับคดีเพื่อขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยเป็นการไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการบังคับคดีทั้งหมดศาลชั้นต้นยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ดินรายนี้โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้ โจทก์ได้ชำระเงินมัดจำค่าซื้อทรัพย์ในวันขายทอดตลาดแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือนั้นโจทก์ขอหักชำระหนี้โจทก์ และทำบัญชีแสดงการรับ-จ่ายครั้งที่ 1 สิ้นสุดเพียงวันที่31 สิงหาคม 2532 มีใจความว่า เมื่อนำค่าซื้อทรัพย์ส่วนที่เหลือมาหักชำระหนี้โจทก์แล้ว จำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่อีกจำนวนหนึ่งศาลชั้นต้นอนุญาต ในวันเดียวกันนั้นศาลชั้นต้นมีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้จดทะเบียนโอนที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ และเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2532 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีหนังสือถึงศาลชั้นต้นว่า เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่18 กันยายน 2532 ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม 2534 จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยไม่ทราบการยึดและการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่ดินรายนี้ เพิ่งจะทราบการยึดและการขายทอดตลาดทรัพย์ เมื่อเดือนธันวาคม 2534 เห็นว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาถือได้ว่าการบังคับคดีเกี่ยวกับที่ดินของจำเลยได้เสร็จลงแล้ว และการที่จะร้องคัดค้านการขายทอดตลาดนั้นจะต้องร้องคัดค้านก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันทราบการฝ่าฝืนนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสองแต่จำเลยมิได้ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงตามบทกฎหมายดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีนี้ได้และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาจำเลยพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง ถนอมจิตร์ สุภา สืบ
จำเลย - นาง พัฒนา เพชร ดี รี สกุล - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 296 วรรคสอง
- องค์คณะ
- ไพศาล รางชางกูร
นิเวศน์ คำผอง
ทวีชัย เจริญบัณฑิต
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา