ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 5726/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ทรัพย์ของจำเลยที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดเป็นต้นผลอาสิน (ต้นทุเรียน เงาะ ขนุน ชมพู่) ในที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนแห่งชาติเรียกว่า สทก.1 ซึ่ง น. เป็นผู้ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิครอบครองทำกินชั่วคราวมีเงื่อนไขว่า จะแบ่งแยกหรือโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วงทำกินไปยังบุคคลอื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตก ทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม ฉะนั้น น. จึงเป็นผู้มีสิทธิทำกินในที่ดินดังกล่าวแต่ผู้เดียว แม้ น. ได้ทำหนังสือสัญญาการซื้อขายทรัพย์ที่โจทก์นำยึดให้ผู้ร้อง ก็ไม่มีผลบังคับ เพราะการขายทรัพย์ดังกล่าวเป็นการขายในสภาพติดกับที่ดิน ซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิครอบครองที่นำยึด จึงถือได้ว่าเป็นการโอนสิทธิทำกินชั่วคราวในที่ดินดังกล่าวอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507และเงื่อนไขดังกล่าว ทรัพย์ดังกล่าวจึงหาตก เป็นของผู้ร้องไม่ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขัดทรัพย์.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน 82,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดต้นทุเรียนประมาณ 5 ต้น ต้นเงาะประมาณ 15 ต้น ต้นขนุนประมาณ20 ต้น ต้นมะม่วงประมาณ 10 ต้น ต้นชมพู่ประมาณ 20 ต้น และบ้านชั้นเดียว 1 หลัง อยู่ในที่ดิน สทก.1 รหัสป่า ส.ต.10 ฉบับที่ 195เลขที่ดิน 135 หมู่ที่ 5 ตำบลควนขัน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูลโดยอ้างว่าเป็นของจำเลยผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดดังกล่าวไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งได้ซื้อมาจากนางหนูเผียน เชาเหมโจทก์ไม่มีอำนาจยึดทรัพย์ดังกล่าว ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์ให้การว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย จำเลยได้นำทรัพย์สินที่โจทก์ยึดนั้นมาเป็นประกันการกู้ยืมเงินกับโจทก์นางหนูเผียน เชาเหม เป็นภรรยาจำเลย สัญญาซื้อขายที่ผู้ร้องอ้างเป็นการสมคบกันทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดีเป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งเป็นสัญญาปลอม ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าวหรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่านางหนูเผียน เชาเหมภรรยาจำเลยได้สละการครอบครองในทรัพย์ดังกล่าวให้ผู้ร้องแล้วทรัพย์ดังกล่าวจึงไม่ใช่ของจำเลยนั้น ได้ความว่าทรัพย์ดังกล่าวได้ปลูกอยู่ในที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ครั้งที่ 1) เรียกว่า สทก.1รหัสป่า ส.ต.10 ฉบับที่ 195 แผ่นที่ 58 เลขที่ดิน 135 ระวางหมายเลข5022-3 อำเภอเมืองสตูล มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ซึ่งนางหนูเผียนเชาเหม เป็นผู้ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิครอบครองทำกินชั่วคราวตามเงื่อนไขซึ่งบังคับไว้ว่าผู้ได้รับสิทธิจะทำการแบ่งแยกหรือโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วงทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่ได้รับ สทก.1 ไปยังบุคคลอื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางทรดกแก่ทายาทโดยธรรม ซึ่งกรมป่าไม้จัดให้ทายาทโดยธรรมอาศัอยู่กับผู้ตาย เพราะฉะนั้นนางหนูเผียนจึงเป็นผู้มีสิทธิทำกินในที่ดินดังกล่าวแต่ผู้เพียวแม้นางหนูเผียนได้ทำหนังสือสัญญาการซื้อขายทรัพย์สินตามบัญชียึดทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดให้ผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.2 ก็ไม่มีผลบังคับ เพราะการขายทรัพย์ดังกล่าเป็นการขายในสภาพทรัพย์ติดกับที่ดินซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิครอบครองทรัพย์ตามบัญชียึดทรัพย์ จึงถือได้ว่าเป็ฯการโอนสิทธิทำกินชั่วคราวในที่ดินดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และเงื่อนไขดังกล่าว"พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง ภัทราภรณ์ แกล้วทนง
ผู้ร้อง - นาย ปรีชา ทองส่งโ สม
จำเลย - นาย จุ้น ทับ เที่ยง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 100, ม. 108, ม. 456
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 288
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฯ — ม. 16 ทวิ, ม. 16 ตรี
องค์คณะ
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
ชุม สุกแสงเปล่ง
มนู วงศ์แสงจันทร์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา