ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง
ฎีกาที่ 575/2538
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ที่พิพาทมิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโจทก์เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทเมื่อโจทก์ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เจ้าหน้าที่ได้ออกไปทำการรังวัดพิสูจน์สอบสวนแล้วมีความเห็นควรออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ได้การที่จำเลยที่1ซึ่งเป็นกำนันและจำเลยที่2ซึ่งเป็นนายอำเภอไปคัดค้านอ้างว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินและจำเลยที่2ไม่ยอมออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา55แล้ว แม้โจทก์จะมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่2ที่ให้โจทก์ฟ้องคดีภายใน60วันนับแต่วันทราบคำสั่งก็เป็นเรื่องที่จำเลยที่2จะปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้อำนาจสั่งการไว้หาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ไม่โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ยื่น คำขอ ออก หนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 239, 429 เจ้าหน้าที่ที่ดิน ได้ ออก ทำการ รังวัดพิสูจน์ สอบสวน โดย มี เจ้าของ ที่ดิน ข้างเคียง มา ร่วม ระวัง แนวเขต ยกเว้นแต่ จำเลย ที่ 1 ใน ฐานะ กำนัน ตำบล บ้านขาว ผู้ปกครอง ท้องที่ ไม่มา ระวัง แนวเขต ที่ดิน ซึ่ง ติดต่อ กับ เหมือง น้ำ สาธารณะ และ ทางสาธารณประโยชน์ ระหว่าง มี การ ประกาศ คำขอ รับรอง การ ทำประโยชน์จำเลย ที่ 2 ใน ฐานะ นายอำเภอ ระโนด ได้ มอบอำนาจ ให้ จำเลย ที่ 1ยื่น คำคัดค้าน การ ออก หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ทาง อำเภอ ระโนด ได้ เรียก โจทก์ และ จำเลย ที่ 1 เข้า เปรียบเทียบ แต่ ทั้ง สอง ฝ่าย ไม่อาจตกลง กัน ได้ จำเลย ที่ 2 ใน ฐานะ พนักงาน เจ้าหน้าที่ จึง มี คำสั่ง ไม่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ให้ แก่ โจทก์ ขอให้ ยก คำขอ คัดค้านการ ออก หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ของ จำเลย ให้ จำเลย ที่ 1 ลงชื่อรับรอง ใน ฐานะ ผู้ปกครอง ท้องที่ และ เจ้าของ ที่ดิน ข้างเคียงหรือ ให้ ถือเอา คำพิพากษา แทน การแสดง เจตนา ของ จำเลย ที่ 1และ ให้ จำเลย ที่ 2 ใน ฐานะ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ออก หนังสือ รับรองการ ทำประโยชน์ สำหรับ ที่พิพาท ทั้ง สอง แปลง ให้ แก่ โจทก์จำเลย ที่ 1 ขาดนัด ยื่นคำให้การจำเลย ที่ 2 ให้การ ว่า ที่พิพาท ทั้ง สอง แปลง เป็น ที่สาธารณประโยชน์ แม้ โจทก์ จะ ได้ ที่ดิน มาจาก การ ซื้อ และ ครอบครองการ ทำประโยชน์ เป็น เวลา ถึง 40-75 ปี ก็ ไม่ได้ สิทธิ ครอบครอง หรือกรรมสิทธิ์ โจทก์ จึง ไม่มี อำนาจฟ้อง การ ที่ จำเลย ที่ 2 ได้ มี คำสั่งไม่ออก หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ให้ แก่ โจทก์ หาก โจทก์ ไม่พอ ใจคำสั่ง ให้ ไป ฟ้องร้อง ต่อ ศาล ภายใน 60 วัน ตั้งแต่ วัน ทราบ คำสั่งและ หาก เมื่อ พ้น กำหนด 60 วัน ไม่ฟ้อง ร้อง ให้ ถือว่า โจทก์ ไม่ประสงค์จะ ขอ ออก หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ให้ยก เลิก เรื่อง ซึ่ง โจทก์ทราบ คำสั่ง แล้ว ไม่ฟ้อง คดี ภายใน กำหนด คำขอ ของ โจทก์ เป็น อันยกเลิก ไป ขอให้ ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า โจทก์ เป็น ผู้มีสิทธิ ขอ ออก หนังสือ รับรองการ ทำประโยชน์ ให้ เจ้าพนักงาน ที่ มี หน้าที่ เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ให้เป็น ไป ตาม ผล คำพิพากษาจำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์ระหว่าง พิจารณา โจทก์ ถึงแก่กรรม นาง ละเอียด ทายาท ของ โจทก์ ยื่น คำร้องขอ เข้า เป็น คู่ความ แทน ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 อนุญาตศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลย ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ที่พิพาท มิใช่ สาธารณสมบัติของแผ่นดินโจทก์ เป็น ผู้ครอบครอง ทำประโยชน์ ใน ที่พิพาท ตลอดมา เมื่อ โจทก์ยื่น คำขอ ออก หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ได้ มี เจ้าหน้าที่ ออก ไป ทำการรังวัด พิสูจน์ สอบสวน แล้ว มี ความเห็น ควร ออก หนังสือ รับรอง การ ทำประโยชน์ ได้ แต่ จำเลย ทั้ง สอง คัดค้าน จึง เป็น การ โต้แย้ง สิทธิของ โจทก์ ตาม บทบัญญัติ มาตรา 55 แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งส่วน ที่ จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ว่า โจทก์ ไม่ได้ ฟ้องคดี ภายใน 60 วันนับแต่ วัน ทราบ คำสั่ง ถือว่า โจทก์ ไม่ประสงค์ จะ ขอ ออก หนังสือ รับรอง การทำประโยชน์ ใน ที่พิพาท ต่อไป นั้น เห็นว่า ใน กรณี เช่นนี้ ถึง แม้ โจทก์จะ ไม่ปฏิบัติ ตาม คำสั่ง ของ จำเลย ที่ 2 ดังกล่าว ก็ เป็น เรื่อง ที่ จำเลยที่ 2 ซึ่ง เป็น เจ้าพนักงาน จะ ปฏิบัติ ตาม อำนาจ หน้าที่ ที่ กฎหมายให้ อำนาจ สั่งการ ไว้ นั้น ต่อไป ได้ หา เป็น การ ตัด สิทธิ โจทก์ ที่ จะ ฟ้องบังคับ จำเลย ทั้ง สอง ใน มูลคดี เช่นนี้ ไม่ เพราะ จำเลย ทั้ง สอง ยังโต้แย้ง สิทธิ ของ โจทก์ อยู่ โจทก์ จึง มีอำนาจ ฟ้อง จำเลย ทั้ง สอง ได้พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง กลับเนี่ยว รักภู่
จำเลย - นาย เพียร ศรีวิเชียร กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1304
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
ประมวลกฎหมายที่ดิน — ม. 60 - องค์คณะ
- มงคล สระฏัน
อธิราช มณีภาค
วุฒิ คราวุฒิ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา