ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่งและอาญา

ฎีกาที่ 5762/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และ 297ที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยนั้น มิใช่เป็นความผิดต่อส่วนตัว ดังนั้น การที่ ถ.และอ. จะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ หามีผลต่ออำนาจฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ไม่ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกกระทำแก่ ถ.และอ. เป็นการกระทำที่รุนแรง มีการใช้ไม้ท่อนและขวดเป็นอาวุธ ร่วมกระทำความผิดด้วยกันหลายคนโดยที่ฝ่ายผู้เสียหายทั้งสองมิได้เป็นฝ่ายก่อเหตุก่อนและผลแห่งการถูกทำร้ายร่างกายครั้งนั้น ถ. ได้รับอันตรายสาหัสถึงกับเลือดคั่งใต้กะโหลกศีรษะ สมองช้ำ เดินไม่ได้ตามปกติทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งคดีแต่อย่างใดเลยจึงไม่มีเหตุอันควรปรานีด้วยการรอการลงโทษให้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58, 83, 91, 295, 296, 297, 298 และนำโทษของจำเลยที่ 3ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 347/2534 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 347/2534 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295, 297 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับจำเลยที่ 3 ให้บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 347/2534 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6 ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายนายถกลศักดิ์ได้รับอันตรายสาหัสและนายอาทิตย์ ได้รับอันตรายแก่กายจริงดังที่โจทก์ฟ้อง ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 นำสืบและฎีกาขึ้นมาว่าในคืนเกิดเหตุนายถกลศักดิ์และนายอาทิตย์กับพวกได้หาเรื่องทะเลาะและทำร้ายร่างกายพวกของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 กับพวก นายถกลศักดิ์กับนายอาทิตย์และพวกทะเลาะวิวาทชุลมุนต่อสู้ทำร้ายร่างกายกับจำเลยที่ 2ถึงที่ 5 และพวกนายถกลศักดิ์และนายอาทิตย์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีนี้นั้น เห็นว่า ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295และ 297 ที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5นั้น มิใช่เป็นความผิดต่อส่วนตัว การที่นายถกลศักดิ์และนายอาทิตย์จะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ หามีผลต่ออำนาจฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 กับพวกกระทำแก่นายถกลศักดิ์และนายอาทิตย์เป็นการกระทำที่รุนแรง มีการใช้ไม้ท่อนและขวดเป็นอาวุธ ทั้งร่วมกระทำความผิดด้วยกันหลายคน โดยที่ฝ่ายผู้เสียหายทั้งสองมิได้เป็นฝ่ายก่อเหตุก่อนและผลแห่งการถูกทำร้ายร่างกายครั้งนั้นนายถกลศักดิ์ได้รับอันตรายสาหัสถึงกับเลือดคั่งใต้กะโหลกศีรษะ สมองช้ำ เดินไม่ได้ตามปกติ ยิ่งกว่านั้นความไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้บรรเทาผลร้ายแห่งคดีแต่อย่างใดเลย จึงไม่มีเหตุอันควรปรานีด้วยการรอการลงโทษให้ตามที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกาขอมาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี
จำเลย - นาย นพพลหรือเขียด คำ สุข กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56, ม. 295, ม. 297
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 15, ม. 28, ม. 120, ม. 121, ม. 122, ม. 123
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 249
องค์คณะ
สุรินทร์ นาควิเชียร
นาม ยิ้มแย้ม
สุวรรณ ตระการพันธุ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา