ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง
ฎีกาที่ 5782/2539
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไรคงกล่าวแต่เพียงว่าจำเลยประสงค์จะสู้คดีต่อไปและมีทางชนะคดีได้เท่านั้นโดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าหากมีการพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิพากษาให้ชนะคดีได้คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา208วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลจะสั่งให้พิจารณาใหม่ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์แล้วผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 209,559.20 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การแต่ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 205,450.28 บาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาเนื่องจากเข้าใจผิดในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยมีความประสงค์จะต่อสู้คดีต่อไปและคดีมีทางชนะโจทก์ได้ ขอให้พิจารณาใหม่โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เหตุที่จำเลยขาดนัดพิจารณาเกิดจากความผิดพลาดและละเลยไม่เอาใจใส่ของทนายจำเลยที่ไม่ตรวจสอบและสอบถามให้ชัดแจ้งเกี่ยวกับวันนัดของศาล แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะจงใจขาดนัดพิจารณา ประกอบกับคดีนี้จำเลยไม่มีทางที่จะชนะคดีโจทก์ได้ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาไปแล้ว จำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่หลังคำพิพากษาคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณามีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลหรือไม่ เห็นว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเพื่อแสดงว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร คงกล่าวแต่เพียงว่าจำเลยประสงค์จะสู้คดีต่อไปและมีทางชนะคดีได้เท่านั้น โดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่า หากมีการพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิพากษาให้ชนะคดีได้ คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 208 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลจะสั่งให้พิจารณาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด กี่หิ้น การไฟฟ้าภูเก็ต
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เนินตองรีสอร์ท (1409 - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 208, ม. 226
- องค์คณะ
- ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
ธวัชชัย พิทักษ์ผล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา