ฎีกา ปี พ.ศ. 2545 แพ่ง

ฎีกาที่ 5849/2545

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2543 ต่อมาวันที่ 20พฤศจิกายน 2543 โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ทั้งได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมศาลโดยอ้างเหตุว่าเกิดอุทกภัยขึ้นในภูมิลำเนาของโจทก์อย่างรุนแรงโจทก์ปิดกิจการที่ทำอยู่ชั่วคราว แต่โจทก์ไม่สามารถนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระได้ภายในเวลาที่ศาลกำหนด ต่อมาวันที่ 10 ตุลาคม 2544 โจทก์นำคดีเดียวกันมาฟ้องใหม่เป็นคดีนี้ พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการยื่นฟ้องโดยอ้างเหตุสุดวิสัยข้างต้น ตามคำร้องดังกล่าวเหตุอุทกภัยได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว ถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528มาตรา 17 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่โจทก์จะนำมาอ้างเพื่อขอขยายระยะเวลาในการยื่นฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันเป็นคดีนี้ หมายเหตุ ในคดีภาษีอากร ศาลมีอำนาจขยายระยะเวลายื่นคำฟ้องให้แก่คู่ความได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5521/2534(ประชุมใหญ่) ระหว่าง นายสนิท วัฒนากรในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจรูญวัฒนากร โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มจากเจ้าพนักงานประเมินให้โจทก์เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและเบี้ยปรับสำหรับเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2539ถึงเดือนภาษีมิถุนายน 2539 และเดือนภาษีกันยายน 2539 ถึงเดือนภาษีธันวาคม2539 โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้ว วินิจฉัยให้ลดยอดลงบางส่วน โดยโจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2543 โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีดังกล่าว และงดเบี้ยปรับหรือเรียกเก็บในอัตราน้อยที่สุดศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า โจทก์ยื่นฟ้องเกินกำหนด 30 วัน นับแต่ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และกรณีไม่มีเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะขยายเวลาฟ้องให้โจทก์ได้ จึงไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ทั้งหมดโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าตามคำร้องขอขยายระยะเวลาในการยื่นฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 10 ตุลาคม 2544 โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2543 วันที่20 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ได้ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีของโจทก์เป็นคดีหมายเลขดำที่ 308/2543โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมศาลศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2543 แต่เนื่องจากโจทก์ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรงและต้องปิดกิจการไปชั่วคราว ไม่อาจนำเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ต่อมาวันที่ 10 ตุลาคม 2544 โจทก์นำคดีเดียวกันมาฟ้องใหม่เป็นคดีนี้พร้อมกับยื่นคำร้องฉบับดังกล่าวเพื่อขอขยายระยะเวลาในการยื่นฟ้องโดยอ้างเหตุสุดวิสัยเพราะเหตุดังกล่าวข้างต้น ตามคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเหตุอุทกภัยได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 มาตรา 17 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ที่โจทก์จะนำอ้างเพื่อขอขยายระยะเวลาในการยื่นฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันต่อศาลเป็นคดีนี้ ดังนั้นที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาในการยื่นฟ้องในคดีนี้ของโจทก์ว่า กรณีโจทก์ปิดกิจการและไม่สามารถนำเงินมาวางศาลได้ ไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย ศาลจึงไม่อาจขยายระยะเวลาฟ้องให้โจทก์ และมีคำสั่งในคำฟ้องคดีนี้ของโจทก์ว่า โจทก์ยื่นฟ้องเกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และกรณีไม่มีเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะขยายเวลาฟ้องให้โจทก์ได้ จึงไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ทั้งหมด ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สุขุม จงจิตสกุล
จำเลย - กรมสรรพากร
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 — ม. 17
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 23
องค์คณะ
ทองหล่อ โฉมงาม
สมศักดิ์ วงศ์ยืน
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา