ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา
ฎีกาที่ 5867/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การปรับเป็นโทษอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18(4)เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใดย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วหากจำเลยพ้นโทษปรับมาแล้ว ยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันอีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษหนักขึ้นตามที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ อนุมาตรา (1)หรือ (2) แล้วแต่กรณี.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2532 เวลากลางวันจำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนีเล่นการพนันโตแตไลเซเตอร์ (การพนันแข่งม้า)อันเป็นการพนันตามบัญชี ข. อันดับที่ 17 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน โดยจำเลยเป็นฝ่ายลูกค้าผู้แทง ก่อนคดีนี้จำเลยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน และพ้นโทษยังไม่ครบ 3 ปี กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 14 ทวิ, 15 ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับจำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ปรับ700 บาทไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ริบของกลาง กับให้จำเลยใช้เงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเคยต้องโทษฐานเล่นการพนันไพ่ต่อแต้ม ศาลพิพากษาปรับ 700 บาทจำเลยพ้นโทษมาบังไม่ครบกำหนด 3 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีกปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจะเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ(2) ได้หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า การปรับถือเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกโทษทั้ง 5 ชนิด ที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 18(4) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลย และมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว ฉะนั้นหากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันนี้อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องลงโทษตามวิธีการที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 14 ทวิ บัญญัติไว้ในอนุมาตรา (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณีที่ศาลล่างทั้งสองไม่ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ(2) โดยให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ ให้จำคุก4 เดือนปรับ 1,400 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้วคงจำคุก 2 เดือน ปรับ 700 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย วัน ชัย แซ่โง้ว - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 — ม. 14 ทวิ
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 18 (4) - องค์คณะ
- พินิจ ฉิมพาลี
เคียง บุญเพิ่ม
มีพาศน์ โปตระนันทน์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา