ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 5898/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้ที่อยู่ของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องจะเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสองตามหลักฐานทางทะเบียน แต่เมื่อโจทก์ทราบดีแล้วว่าจำเลยที่ 1 ขายกิจการให้ตน และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ได้ไปพักอยู่ที่อื่นซึ่งถือได้ว่าเป็นสำนักทำการงานของจำเลยทั้งสองแล้ว การที่โจทก์แถลงขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองโดยวิธีการปิดหมายตามภูมิลำเนา ที่ปรากฏทางทะเบียน ทั้ง ๆ ที่ทราบดีว่าจำเลยทั้งสองมิได้อยู่ที่บ้านดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดและมีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนทรัพย์สินพร้อมทั้งใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ว่า จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา เพราะโจทก์ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หมายนัดสืบพยานโจทก์ และคำบังคับไปยังสถานที่อื่นซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเพิ่งทราบเมื่อถูกเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ได้
โจทก์คัดค้านว่า จำเลยทั้งอสงมีภูมิลำเนาตามที่ระบุในคำฟ้องจำเลยทั้งสองจงใจขาดนัด ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสอง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบมาก่อนฟ้องคดีนี้แล้วว่า จำเลยที่ ๑ มิได้อยู่ที่บ้านเลขที่ ๘๑๗/๑ ถนนอรุณอัมรินทร์แล้ว แต่โจทก์ก็ยังระบุที่อยู่ของจำเลยที่ ๑ ในคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ อยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ ๑นั้น โจทก์ก็ทราบว่าอยู่บ้านเลขที่ ๒๖/๑๒๒ แขวงลาดยาว เพราะโจทก์เคยส่งจดหมายไปยังจำเลยที่ ๒ ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว รวมทั้งได้ทำหนังสือต่อท้ายสัญญากับจำเลยที่ ๒ ที่บ้านเลขที่ดังกล่าวด้วยแต่โจทก์ก็ระบุในคำฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ อยู่ที่บ้านเลขที่๖๕๖/๓๐๗-๓๐๘ ถนนจรัญสนิทวงศ์ และโจทก์ได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองตามที่อยู่ที่ระบุในคำฟ้อง ครั้นเมื่อพนักงานเดินหมายรายงานว่าส่งหมายให้จำเลยทั้งสองไม่ได้โดยบุคคลที่อยู่ในบ้านดังกล่าวแจ้งว่า จำเลยทั้งสองได้ย้ายไปแล้ว โจทก์ก็ยังแถลงต่อศาลว่าจำเลยทั้งสองยังคงมีที่อยู่ตามที่ระบุในคำฟ้อง และขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมายตามที่อยู่ที่ระบุในคำฟ้อง แม้ที่อยู่ของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องจะเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสองตามหลักฐานทางทะเบียนบ้านก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ทราบดีแล้วว่าจำเลยที่ ๑ ได้ขายกิจการให้ตนและจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ก็ได้พักอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๖/๑๑๒ แขวงลาดยาว ซึ่งแม้จะมิใช่ภูมิลำเนาทางทะเบียน แต่ถือได้ว่าเป็นสำนักทำการงานของจำเลยทั้งสองได้ การที่โจทก์แถลงขอให้ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยทั้งสองโดยวิธีปิดหมายตามภูมิลำเนาที่ปรากฏทางทะเบียน ทั้ง ๆที่ทราบดีว่าจำเลยทั้งสองมิได้อยู่ที่บ้านดังกล่าวแล้วเช่นนี้ จึงไม่ชอบ กรณียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา มีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทควอลิตี้ฟู้ด จำกัด
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดฟรีสอินเตอร์เนชั่นแนล กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 48, ม. 71
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 208
องค์คณะ
ตัน เวทไว
บุญส่ง วรรณกลาง
วิทวัส อยู่วัฒนา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา