ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา
ฎีกาที่ 5905/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยปลอมเครื่องหมายการค้าต่างชนิดและของผู้เสียหายต่างเจ้าของกัน ถือได้ว่าเป็นการกระทำต่างกรรมต่างเจตนากันต้องลงโทษฐานปลอมเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108, 110, 115 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268, 83, 91 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522มาตรา 11, 62 ริบของกลางจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นคดีใหม่ภายใน 7 วันศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108, 110(1) แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 108 ตามนัยมาตรา 110 วรรคท้าย จำคุก 1 ปีและปรับ100,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาทโทษจำคุกเห็นสมควรรอไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลางโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษตามมาตรา 108 จำคุก 1 ปีและปรับ 100,000 บาท และลงโทษตามมาตรา 110 จำคุก 1 ปี และปรับ100,000 บาท รวมเป็นจำคุก 2 ปี และปรับ 200,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี และปรับ 100,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม ในข้อนี้ข้อเท็จจริงตามฟ้องฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเครื่องหมายการค้า ROLEXของผู้เสียหายที่ 1 เครื่องหมายการค้า must de Cartier ของของผู้เสียหายที่ 2 เครื่องหมายการค้า GUCCI ของผู้เสียหายที่ 3เครื่องหมายการค้า LONGINES ของผู้เสียหายที่ 4 และเครื่องหมายการค้า dunhill ของผู้เสียหายที่ 5 ซึ่งเป็นการปลอมเครื่องหมายการค้าต่างชนิดและของผู้เสียหายต่างเจ้าของกัน ถือได้ว่าเป็นการกระทำต่างกรรมต่างเจตนากันต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานปลอมเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108เป็นกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวม 5 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ50,000 บาท และลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 110 จำคุก 1 ปี และปรับ 50,000 บาท รวมจำคุกจำเลย 6 ปี และปรับ 300,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี และปรับ 150,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - อัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นาย อนุสรณ์ มณีคัณโฑ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 91
- องค์คณะ
- สันติ ทักราล
สมชัย ศิริบุตร
สวรรค์ ศักดารักษ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา