ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา
ฎีกาที่ 5916/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยถาม ผู้ตายซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาว่า จะยิงพวกจำเลยให้หมดใช่ ไหม อันเป็นการชวนทะเลาะวิวาท การที่ผู้ตายพูดตอบโต้ทำนองเยาะเย้ย ว่าจะฆ่าพวกจำเลยให้หมด แม้พ่อจำเลยก็จะยิงไม่ให้เหลือ เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม อันเป็นเหตุให้บันดาลโทสะ.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกตลอดชีวิต คำรับของจำเลยที่ 2 ในชันสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี ของกลางริบ ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง
โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 วางโทษประหารชีวิต โดยไม่ลดโทษให้จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสองได้ใช้อาวุธปืนยิงนายสำราญและเด็กชายเกียงศักดิ์ ผู้ตายหลายนัด ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ยิงผู้ตายทั้งสองเพราะถูกนายสำราญผู้ตายพูดจาเยาะเย้ยเป็นทำนองว่าจะฆ่าพวกจำเลยที่ 2ให้หมด แม้บิดาจำเลยที่ 2 นายสำราญก็จะยิงไม่ให้เหลือดังที่จำเลยที่ 2 นำสืบก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนโดยถามนายสำราญผู้ตายซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาว่า จะยิงพวกจำเลยให้หมดใช่ไหม อันเป็นการชวนทะเลาะวิวาท นายสำราญจึงพูดจาโต้ตอบไป ดังนี้ กรณีก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ถูกนายสำราญข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการกระทำของจำเลยที่จึงไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองโดยไม่ลดโทษนั้น ได้ความว่าจำเลยทั้งสองได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานในวันเกิดเหตุ คำให้การตลอดจนการนำชี้ที่เกิดเหตุของจำเลยทั้งสองโดยเฉพาะข้อที่จำเลยที่ 2 รับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริงล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีจึงมีเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้จำเลยทั้งสอง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52 (1) คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่
โจทก์ร่วม - นางบุญเจือ ไชยบุญ
จำเลย - นายสมบูรณ์ หยกแดง กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 72
- องค์คณะ
- สมศักดิ์ วิธุรัติ
เสียง ตรีวิมล
บุญศรี กอบบุญ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา