ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 5929/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ขณะที่จำเลยยิงผู้ตายทั้งสอง ผู้ตายทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้องนอน จำเลยยิงนายล.ก่อนแล้วจึงยิงนาง น. จำเลยยอมรับว่าจำเลยยิงนาย ล. 2 นัด แล้วจึงยิงนางน. 1 นัด แสดงว่าในการยิงปืนแต่ละนัดความประสงค์และจุดมุ่งหมายของจำเลยได้แยกออกจากกันว่ากระสุนนัดใดจำเลยยิงผู้ตายคนใด เจตนาฆ่าผู้ตายทั้งสองในขณะจำเลยลงมือกระทำความผิดจึงแยกออกจากกันได้ ความต้องการให้ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตายแม้จะเกิดขึ้นในใจของจำเลยพร้อม ๆ กันและต่อเนื่องกับการลงมือกระทำความผิดก็มิใช่เจตนาในขณะที่จำเลยลงมือกระทำความผิด การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยได้ใช้อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม 16) ขนาด .223 ยิงประทุษร้ายนายเล็ก แซ่ลิ้ม จำนวน 2 นัด โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกบริเวณหน้าอกขวาและท้องด้านซ้าย เป็นเหตุให้นายเล็ก แซ่ลิ้ม ถึงแก่ความตายและจำเลยได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงประทุษร้ายนางนวลหรือแวว รักดี จำนวน 1 นัด โดยเจตนาฆ่ากระสุนปืนถูกบริเวณขมับขวาทะลุขมับซ้าย เป็นเหตุให้นางนวลหรือแวว รักดี ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 288และริบของกลางจำเลยให้การว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายเล็ก แซ่ลิ้ม กับนางนวลหรือแวว รักดี ถึงแก่ความตายจริง เนื่องจากผู้ตายกระทำการข่มเหงทางจิตใจจำเลยอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้จำเลยบันดาลโทสะจึงใช้อาวุธปืนยิงคนทั้งสองถึงแก่ความตายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปฐานฆ่านายเล็ก แซ่ลิ้ม จำคุก 20 ปี ฐานฆ่านางนวลหรือแวว รักดีจำคุก 20 ปีรวมจำคุก 40 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกจำเลยไว้ 20 ปี ของกลางให้ริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ให้จำคุก 20 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ขอให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยฐานฆ่านายเล็ก แซ่ลิ้มและฐานฆ่านางนวลหรือแวว รักดี อันเป็นความผิดสองกรรมศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยนำสืบฟังได้ว่าขณะจำเลยยิงผู้ตายทั้งสองนั้น ผู้ตายทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้องนอนของนางนวล จำเลยยิงนายเล็กก่อนแล้วจึงยิงนางนวล จำเลยยอมรับว่า จำเลยยิงนายเล็ก 2 นัด และยิงนางนวล 1 นัดแสดงว่าในการยิงปืนแต่ละนัดความประสงค์และจุดมุ่งหมายในการยิงของจำเลยได้แยกออกจากกันว่ากระสุนนัดใดจำเลยยิงผู้ตายคนใด เจตนาฆ่าผู้ตายทั้งสองในขณะจำเลยลงมือกระทำความผิดจึงแยกออกจากกันได้ ความต้องการให้ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตายแม้จะเกิดขึ้นในใจของจำเลยพร้อม ๆ กันและต่อเนื่องกับการลงมือกระทำความผิดก็มิใช่เจตนาในขณะที่จำเลยลงมือกระทำความผิด การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงราย
จำเลย - สิบตำรวจโท ธวัช อารีย์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 91, ม. 288
องค์คณะ
อัมพร ทองประยูร
ก้าน อันนานนท์
อุดม เฟื่องฟุ้ง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา