ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 5934/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คดีแรกศาลพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาฉ้อโกง จำคุก 4 ปี นับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2528 คดีหลังศาลพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหา ฉ้อโกงประชาชน ความผิดต่อ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจ หลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และความผิดต่อ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน รวมจำคุก 20 ปี นับแต่วันที่ 8 เมษายน2528 เมื่อศาลมิได้พิพากษาให้นับโทษ ในคดีหลังต่อจากคดีแรกโทษจำคุกในคดีแรกจึงซ้อนและเกลื่อนกลืน ไปกับโทษจำคุกในคดีหลัง จำเลยจึงมิได้รับโทษเกินกว่า 20 ปี ไม่ขัดต่อ ป.อ. มาตรา 91(2).

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 12 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 71, 73 รวม 3,016 กระทงแต่รวมโทษจำคุกแล้วคงให้จำคุกจำเลยคนละ 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินจำนวน 706,681,800 บาทแก่ผู้เสียหาย ให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3821/2529 ของศาลชั้นต้น โจทก์อุทธรณ์เฉพาะคดีส่วนแพ่งศาลชั้นต้นจึงออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยทั้งสองโดยโทษจำคุกของจำเลยของจำเลยที่ 1 ให้เริ่มนับแต่วันที่ 8เมษายน 2528 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมและถูกคุมขังตลอดมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า นอกจากคดีนี้แล้วจำเลยที่ 1ยังถูกศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกฐานฉ้อโกงมีกำหนด 4 ปี ปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 412/2529 ของศาลชั้นต้น ในคดีดังกล่าวจำเลยที่ 1ถูกขังระหว่างพิจารณาตั้งแต่ วันที่ 18 ตุลาคม 2528 ตลอดมา ขอให้ศาลชั้นต้นนำวันต้องขังระหว่างพิจารณาและโทษจำคุกในคดีดังกล่าวมาคิดหักจากโทษจำคุกคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นมิได้นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 412/2529 ดังกล่าว จำเลยที่ 1จึงต้องรับโทษจำคุกมีกำหนด 4 ปี ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 412/2529นับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2528 ตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในคดีดังกล่าว ส่วนคดีนี้ จำเลยที่ 1 ต้องรับโทษจำคุกมีกำหนด 20 ปีนับแต่วันที่ 8 เมษายน 2528 ตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวซึ่งมีกำหนดเวลาเพียง 4 ปี กับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ซึ่งมีกำหนดเวลา 20 ปี จึงซ้อนกัน โทษจำคุก4 ปีในคดีดังกล่าวจึงเกลื่อนกลืนกันไปกับโทษจำคุก 20 ปีในคดีนี้กรณีจึงหาใช่จำเลยที่ 1 จะต้องรับโทษจำคุกเกินกว่า 20 ปี ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาไม่พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย เพิ่ม ศักดิ์ จริต งาม กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 22, ม. 91 (2), ม. 341, ม. 343
พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 — ม. 8, ม. 11, ม. 71, ม. 78
พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 — ม. 4, ม. 5, ม. 9, ม. 12
องค์คณะ
ยงยุทธ ธารีสาร
นิเวศน์ คำผอง
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา