ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา

ฎีกาที่ 5960/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยทั้งสองกับพวกจัดตั้งบริษัทขึ้นและหลอกลวงประชาชนโดยกระทำต่อเนื่องกันด้วยจุดประสงค์เดียวกัน แม้ผู้เสียหายแต่ละคนมอบเงินให้จำเลยทั้งสองกับพวกคนละคราวกัน ก็ย่อมเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 กระทงหนึ่ง และเมื่อพ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527ออกใช้บังคับแล้ว จำเลยทั้งสองยังคงกระทำผิดต่อไปอีก การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4,5,12 แห่ง พ.ร.ก.ดังกล่าว อีกกระทงหนึ่ง ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันมาให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละไม่เกิน 5 ปี จำเลยที่ 2 ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามป.วิ.อ.มาตรา 218 การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำผิดกฎหมาย อีกทั้งการโฆษณาของจำเลยมิใช่เป็นการหลอกลวงประชาชนแต่ประการใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343, 83, 91 พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 9, 12 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนต้นเงินที่ฉ้อโกงแก่ผู้เสียหาย พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะคืนต้นเงินเสร็จ กับให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและไม่สืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ลงโทษปรับจำเลยที่หนึ่ง 10,000 บาทจำคุกจำเลยที่สอง 5 ปี กระทงหนึ่ง ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 12 ลงโทษปรับจำเลยที่หนึ่ง 1,000,000 บาท จำคุกจำเลยที่สอง 10 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมปรับจำเลยที่หนึ่ง 1,010,000 บาท จำคุกจำเลยที่สอง 15 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับจำเลยที่หนึ่ง505,000 บาท จำคุกจำเลยที่สอง 7 ปี 6 เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คดีนี้เมื่อศาลลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนแล้วก็ไม่ต้องลงโทษตามมาตรา 341 อันเป็นบททั่วไปอีกโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำนวนผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนมี 254 คน และจำนวนผู้เสียหายในความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527มี 249 คน วันที่ผู้เสียหายแต่ละคนนำเงินมาให้จำเลยก็เป็นคนละวันกันดังนั้น จำนวนกรรมของการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองย่อมเป็นไปตามจำนวนของผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองจึงกระทำผิดแต่ละฐานหลายกรรมตามจำนวนผู้เสียหายที่เสียเงินให้จำเลยไปนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองกับพวกจัดตั้งบริษัทขึ้นและหลอกลวงประชาชนโดยกระทำต่อเนื่องกันด้วยจุดประสงค์เดียวกัน แม้ผู้เสียหายแต่ละคนมอบเงินให้จำเลยทั้งสองกับพวกคนละคราวกัน ก็ย่อมเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่การกระทำหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 กระทงหนึ่งและเมื่อพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527ออกใช้บังคับแล้ว จำเลยทั้งสองยังคงกระทำผิดต่อไปอีก การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4, 5, 12 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว อีกกระทงหนึ่งสำหรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำผิดกฎหมาย อีกทั้งการโฆษณาของจำเลยมิใช่เป็นการหลอกลวงประชาชนแต่ประการใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยมานั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 เพราะศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันมาให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองมิได้ประกอบกิจการใด ๆ ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนเพียงพอที่จะมาจ่ายเป็นผลประโยชน์แก่ผู้เสียหายตามอัตราที่จำเลยสัญญาไว้และจำเลยทั้งสองโฆษณาหลอกลวงประชาชนโดยทั่วไป ฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์หลายประการที่กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้จดทะเบียนพาณิชย์ได้ ทั้งจำเลยที่ 1 ก็เสียภาษีถูกต้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวหาเป็นข้อแก้ตัวที่ทำให้จำเลยที่ 2 พ้นผิดได้ไม่พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - บริษัท วิษณุ กิจ จำกัด กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 91, ม. 343
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 218
พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 — ม. 4, ม. 5, ม. 12
องค์คณะ
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
ชุม สุกแสงเปล่ง
พินิจ ฉิมพาลี

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา