ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 5962/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
พนักงานรัฐวิสาหกิจฟ้องเรียกค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน หลังจาก พ.ร.บ. พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ มีผลใช้บังคับ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน เลิกจ้างเพราะลูกจ้างมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ หาใช่ลูกจ้างออกจากงานไปเองไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 38,040 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย การที่โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ เป็นเรื่องที่โจทก์พ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย มิใช่เป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ทั้งก่อนที่โจทก์ออกจากงานมีพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ออกมาบังคับใช้ ซึ่งกำหนดให้กิจการรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน38,040 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยเข้าทำงานตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุตามประกาศเขตบำรุงทางกรุงเทพฯ และบัญชีแนบท้ายตามเอกสารท้ายฟ้อง เห็นว่า ตามประกาศเขตบำรุงทางกรุงเทพฯ และบัญชีแนบท้ายดังกล่าว จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์กับพวกพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ เนื่องจากมีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามความในมาตรา 33 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 และตามมาตรา 11วรรคสุดท้ายแห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 จึงเป็นกรณีที่จำเลยได้มีคำสั่งให้เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์มีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หาใช่โจทก์ออกจากงานไปเองไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุ 60 ปี บริบูรณ์ มีผลเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแม้ขณะที่โจทก์ออกจากงานได้มีพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 กำหนดมิให้พนักงานรัฐวิสาหกิจอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แต่สิทธิการรับค่าชดเชยของโจทก์มิได้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แต่อย่างใด เป็นสิทธิของโจทก์ที่เรียกร้องตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลยจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานตาม มาตรา 8(2)แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง และศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้..."พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สัน เกิด ผล
จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 8 (2)
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน - องค์คณะ
- ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
อุดม เฟื่องฟุ้ง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา