ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง
ฎีกาที่ 6006/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่จำเลยจะมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีต้องเป็นกรณีที่ปรากฏว่าหนี้ที่จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีอื่นในศาลเดียวกันนั้นเป็นหนี้ที่อาจหักกลบลบหนี้กันได้กับหนี้ตามคำพิพากษาในคดีที่จำเลยขอให้งดการบังคับคดีไว้นั้น เมื่อปรากฏว่าคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์นั้นเป็นการฟ้องเรียกให้โจทก์ชำระหนี้เป็นเงินแก่จำเลย ส่วนหนี้ที่ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระให้โจทก์ในคดีนี้เป็นหนี้ให้แบ่งทรัพย์สิน วัตถุแห่งหนี้ในคดีดังกล่าวจึงมิได้มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันกับหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ หนี้ตามตามคำพิพากษาในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์จึงไม่อาจนำไปหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ของโจทก์ จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดีในคดีนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายวิจารณ์ผู้ตาย แบ่งทรัพย์สินของผู้ตายได้แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 3471 รถยนต์ 2 คัน สิทธิการเช่าโทรศัพท์ 2 เครื่อง และเครื่องอุปกรณ์ในการทำไม้ 3 เครื่อง ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์จึงขอให้ออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่ขอแบ่งออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินที่ได้มาแบ่งให้โจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีอ้างว่า จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์ให้ชำระหนี้ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 836/2532 ของศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ถ้าจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีจะไม่ต้องจำหน่ายทรัพย์สินที่ยึดไว้เพราะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่ามูลหนี้คดีนี้กับคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์เป็นมูลหนี้คนละกรณีกัน ไม่สามารถนำมาหักกลบลบหนี้กันได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยขอให้งดการบังคับคดีไว้เป็นกรณีที่จำเลยอ้างสิทธิตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 ซึ่งบัญญัติว่า "ลูกหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอทำเป็นคำร้องต่อศาลให้งดการบังคับคดีไว้โดยเหตุที่ตนได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกันนั้น ซึ่งศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดและถ้าหากตนเป็นฝ่ายชนะจะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยวิธีอื่น เพราะสามารถจะหักกลบลบหนี้กันได้...ฯลฯ..." เห็นว่าการที่จำเลยจะมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามมาตราดังกล่าวนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ปรากฏว่าหนี้ที่จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีอื่นในศาลเดียวกันนั้นเป็นหนี้ที่อาจหักกลบลบหนี้กันได้กับหนี้ตามคำพิพากษาในคดีที่จำเลยขอให้งดการบังคับคดีไว้นั้นซึ่งปรากฏตามคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลงดการบังคับคดีว่าคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 836/2532 ของศาลชั้นต้นนั้นเป็นการฟ้องเรียกให้โจทก์ชำระหนี้เป็นเงินแก่จำเลย ส่วนหนี้ที่ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระให้โจทก์ในคดีนี้เป็นหนี้ให้แบ่งทรัพย์สินอันได้แก่ ที่ดิน รถยนต์ สิทธิการเช่าโทรศัพท์และเครื่องอุปกรณ์ในการทำไม้ วัตถุแห่งหนี้ที่จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีเรื่องอื่นดังกล่าวจึงมิได้มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันกับหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ ดังนั้นไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดถึงหากศาลจะพิพากษาให้จำเลยชนะคดี กรณีก็ไม่อาจนำหนี้ตามคำพิพากษาในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ไปหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ของโจทก์ได้ จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามที่จำเลยร้องขอพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางสาว กัล ยา เมือง มา
จำเลย - นาง ทองคำ ภาค ล้าย - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 341
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 293 - องค์คณะ
- จเร อำนวยวัฒนา
พิชิต พรหมพิทักษ์กุล
สถิตย์ เล็งไธสง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา