ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 6071/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3.) ที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลโดยไม่สุจริตและด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่พิพาทตลอดมาเช่นนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทและโจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทในขณะที่ซื้อทรัพย์จึงเป็นข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริตหรือไม่ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาท จำเลยมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยในประเด็นเรื่องการครอบครองนั้นไม่ชอบ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของศาลชั้นต้น แต่จำเลยได้เข้าไปทำประโยชน์อันเป็นการรบกวนขัดสิทธิของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องและเข้าไปทำประโยชน์และรบกวนการครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลโดยไม่สุจริตและด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่พิพาทตลอดมาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ออกมาโดยไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องในระหว่างสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบทนายจำเลยแถลงว่าติดใจสืบพยาน 6-7 ปาก คือตัวจำเลย นางคำเติม ภริยาจำเลยนายเติมสุข นายเจริญ นายณรงค์ นายประยงค์ และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาด่านขุนทด โดยจะสืบจำเลยและนางคำเติมในประเด็นว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทและไม่ทราบว่าที่พิพาทถูกยึดมาขายทอดตลาดสืบพยานนายเติมสุขซึ่งเป็นกำนันว่าเจ้าพนักงานศาลได้ไปปิดประกาศขายทอดตลาดที่พิพาทที่ที่ว่าการกำนันสืบนายเจริญเจ้าของที่ดินข้างเคียงว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาท สืบเจ้าพนักงานที่ดินว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทสืบนายประยงค์เจ้าพนักงานบังคับคดีในประเด็นว่าจำเลยไม่ทราบการยึดทรัพย์และการขายทอดตลาดและโจทก์ทราบก่อนซื้อจากการขายทอดตลาดแล้วว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นเห็นว่า พยานจำเลยนอกจากนายณรงค์ และนายประยงค์ แล้วเป็นพยานที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีให้งดสืบศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)ที่พิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยในประเด็นเรื่องการครอบครองไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทและโจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทในขณะที่โจทก์ซื้อทรัพย์ เป็นข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริตหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาท ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นางสาว ลา วัณย์ มณี ธรรม วงศ์
จำเลย - นาย อุ้ย มากสูงเนิน
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1330
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 84, ม. 85, ม. 86, ม. 87, ม. 104, ม. 177
องค์คณะ
สถิตย์ ไพเราะ
พรชัย สมรรถเวช
สมคิด ไตรโสรัส

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา