ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา
ฎีกาที่ 616/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ฟ้องของโจทก์ซึ่งกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานยักยอกแม้จะมิได้อ้างในคำฟ้องว่าเงินที่ผู้เสียหายมอบให้แก่จำเลยเป็นเงินมัดจำซื้อบ้านจำนวนเท่าใด ต่อเติมบ้านจำนวนเท่าใดก็ตาม แต่ก็ถือเป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ หากจำเลยเห็นว่าเงินที่โจทก์มอบให้จำเลยจำนวนดังกล่าวเป็นเงินค่าจ้างที่ผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยต่อเติมบ้านให้ผู้เสียหาย จึงเป็นเงินของจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยซึ่งสามารถนำสืบหักล้างได้ในชั้นพิจารณา
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2531 ผู้เสียหายมอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้จำเลยไปวางมัดจำซื้อบ้านแทนผู้เสียหายต่อมาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2531 ผู้เสียหายมอบเงินอีกจำนวน40,000 บาท ให้จำเลยนำไปวางเป็นค่ามัดจำและต่อเติมบ้านดังกล่าวแทนผู้เสียหาย ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2531 เวลากลางวัน ถึง 28กุมภาพันธ์ 2531 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวน 58,000 บาท ซึ่งเป็นเงินส่วนหนึ่งที่รับไว้จากผู้เสียหายไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต โดยจำเลยคงนำเงินเพียง 2,000 บาท ไปวางเป็นมัดจำซื้อบ้านให้ผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 58,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 58,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องของโจทก์แม้จะมิได้อ้างในคำฟ้องว่าเงินที่ผู้เสียหายมอบให้แก่จำเลยเป็นเงินมัดจำซื้อบ้านจำนวนเท่าใด ต่อเติมบ้านจำนวนเท่าใด ตามที่จำเลยฎีกาก็ตามฟ้องโจทก์ดังกล่าวก็เป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด มีข้อเท็จจริง และรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ หากจำเลยเห็นว่าเงินที่โจทก์มอบให้จำเลยจำนวนดังกล่าวเป็นเงินค่าจ้างที่ผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยต่อเติมบ้านให้ผู้เสียหาย จึงเป็นเงินของจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ก็เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยซึ่งจำเลยสามารถจะนำสืบหักล้างได้ในชั้นพิจารณาพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กองคดี ศาลแขวง พระนคร เหนือ
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาย ชัยณรงค์ โกมลวัฒนานันท์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 352
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 158 (5) - องค์คณะ
- โสภณ จันเทรมะ
เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา