ฎีกา ปี พ.ศ. 2547 อาญา
ฎีกาที่ 618/2547
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำร้องขอขยายระยะเวลาสาบานตัวในการดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยอ้างแต่เพียงว่า จำเลยไม่สามารถมาสาบานพร้อมขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา จึงขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวออกไป 45 วัน โดยไม่ปรากฏว่าเพราะเหตุใดจำเลยจึงไม่สามารถมาสาบานตัวได้ กรณีถือได้ว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งขยายระยะเวลาให้ได้ ดังนั้น คำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย โดยจำเลยไม่ได้สาบานตัวให้คำชี้แจงว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล คำร้องดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคหนึ่ง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 264,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไป แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 18 พฤศจิกายน 2541) ไม่เกิน 19,728.80 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาและได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัว
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวว่า คำร้องดังกล่าวมิได้อ้างเหตุที่จำเลยมาศาลไม่ได้เพราะเหตุใด จึงถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่ศาลจะสั่งขยายเวลาให้ได้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และมีคำสั่งในคำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาว่า จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาโดยมิได้สาบานตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคแรก และตามคำร้องขอขยายระยะเวลาสาบานตัว ไม่ปรากฏพฤติการณ์พิเศษที่จำเลยมาสาบานตัวไม่ได้เพราะเหตุใด ศาลไม่อาจสั่งขยายระยะเวลาให้ได้ คำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน
จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวอีกครั้งหนึ่ง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องดังกล่าวว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวของจำเลยอ้างแต่เพียงว่า จำเลยไม่สามารถมาสาบานตัวพร้อมขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาจึงขอขยายเวลาในการสาบานตัวไป 45 วัน โดยไม่ปรากฏว่าเพราะเหตุใดจำเลยจึงไม่สามารถมาสาบานตัวได้ จึงไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งขยายระยะเวลาให้ได้ เมื่อคำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย จำเลยไม่ได้สาบานตัวให้คำชี้แจงว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล คำร้องดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาได้ ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยเคยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวในคดีอื่นของศาลชั้นต้น โดยมีข้อความในคำร้องเช่นเดียวกันกับข้อความในคำร้องคดีนี้ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตทุกครั้งนั้น เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะออกคำสั่งขยายระยะเวลาให้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งต้องกันมาให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาในการสาบานตัวและคำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง คำร้องอุทธรณ์คำสั่งหรือฎีกาคำสั่งในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนอนาถา ไม่จำต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้าย ที่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาจึงไม่ถูกต้อง"
พิพากษายืน ถ้าจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำพิพากษา
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
จำเลย - นายสุโรจน์ วัฒนกิจไกรเลิศ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 156
- องค์คณะ
- สำรวจ อุดมทวี
สายันต์ สุรสมภพ
สิทธิชัย รุ่งตระกูล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา