ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง
ฎีกาที่ 6275/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
มาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯบัญญัติว่าการเช่านาย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์นาที่เช่าผู้รับโอนต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่านา บทบัญญัติดังกล่าวและในมาตราอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่มีการยกเว้นไว้ว่า การรับโอนในกรณีใดที่จะให้การโอนเป็นผลให้การเช่านาตามพระราชบัญญัตินี้ระงับไปการที่โจทก์รับโอนที่พิพาทมาโดยซื้อได้จากการขายทอดตลาดก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติยกเว้นที่จะไม่ต้องรับภาระผูกพันที่มีเหนือทรัพย์นั้น กรณีต้องถือว่าโจทก์รับโอนที่พิพาทมาจากเจ้าของเดิมที่เป็นผู้ให้จำเลยทั้งสองเช่า โจทก์จึงต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของเจ้าของเดิม ขณะโจทก์ฟ้องสิทธิการเช่าของจำเลยทั้งสองยังไม่สิ้นสุด โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสอง.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินมาจากการขายทอดตลาดของศาลแต่ไม่สามารถครอบครองทำประโยชน์ได้เนื่องจากจำเลยเข้ามาขัดขวางขอให้บังคับจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ หยุดการกระทำอันเป็นการขัดขวางการครอบครองทำประโยชน์ของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นที่นาซึ่งจำเลยเช่าจากเจ้าของเดิม ก่อนซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลโจทก์ทราบว่าจำเลยเป็นผู้เช่านา จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองหยุดการกระทำอันเป็นการขัดขวางการเข้าครอบครองทำประโยชน์ของโจทก์และออกไปจากที่ดินตามฟ้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นผู้เช่าทำนาในที่พิพาทจากเจ้าของเดิม ขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้สิทธิการเช่ายังไม่สิ้นสุด แล้ววินิจฉัยว่า ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 บัญญัติว่าการเช่านาย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์นาที่เช่า ผู้รับโอนต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่านาตามพระราชบัญญัติ นี้ บทบัญญัติในมาตรานี้และบทบัญญัติในมาตราอื่น ๆตามพระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติเป็นการยกเว้นไว้ว่า การรับโอนในกรณีใดที่จะให้การโอนเป็นผลให้การเช่านาตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ระงับไป การที่โจทก์รับโอนที่พิพาทโดยซื้อได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ก็ไม่มีบทกฎหมายบัญญัติไว้ให้ว่าไม่ต้องรับภาระผูกพันที่มีเหนือทรัพย์นั้น กรณีที่มีกฎหมายกำหนดเป็นบทต้องรับผิดไว้ แม้ภาระผูกพันที่เกิดขึ้นจากนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นบางอย่างผู้ซื้อจากการขายทอดตลาดก็ยังไม่พ้นความผูกพันเว้นแต่จะมีข้อตกลงในการขายทอดตลาดนั้นให้ปลดภาระผูกพันที่มีอยู่โจทก์จึงไม่อาจปฏิเสธสิทธิของจำเลยที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 29 ได้ ต้องถือว่าโจทก์รับโอนที่พิพาทมาจากเจ้าของเดิมที่เป็นผู้ให้จำเลยทั้งสองเช่าโจทก์จึงต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนคือเจ้าของเดิมที่มีต่อจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้เช่านา เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องสิทธิการเช่าของจำเลยยังไม่สิ้นสุด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยพิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง นันทา ภิญโญ ชีพ
จำเลย - นาย โพธิ์ ชมเกษร ฯ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 569
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 — ม. 28 - องค์คณะ
- อุดม เฟื่องฟุ้ง
ก้าน อันนานนท์
อัมพร ทองประยูร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา