ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 อาญา

ฎีกาที่ 6293/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์และทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นสองกรรมแยกต่างหากจากกันแต่เมื่ออ่านรวมกันแล้วได้ความว่าจำเลยเข้าไปตัดต้นยูคาลิปตัสในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำนวน38ต้นแล้วทอนออกเป็นท่อนได้250ท่อนและใช้รถยนต์บรรทุกออกจากป่าในวันเวลาเดียวกันไม้ที่จำเลยตัดฟันและลักเอาไปจึงเป็นไม้จำนวนเดียวกันและได้กระทำคราวเดียวพร้อมกันต่อเนื่องกันไปโดยมีเจตนาเพียงเพื่อประสงค์ต้องการไม้เท่านั้นจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ.2507มาตรา14,31วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา90

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 334, 335, 336 ทวิ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 มาตรา 4, 6, 9, 14, 31, 35 ริบของกลางจำเลยทั้งเก้าให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเก้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคหนึ่ง, ประกอบมาตรา 336 ทวิพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 36 วรรคสอง (2)(ที่ถูกคือมาตรา 31 วรรคสอง) เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 สำหรับจำเลยที่ 6 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งทุกกระทง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะจำคุก 9 เดือน ฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำคุก 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7ถึงที่ 9 ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ จำคุกคนละ1 ปี 6 เดือน ฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำคุกคนละ 2 ปีรวมจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 1 ปี 9 เดือน จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5และที่ 7 ถึงที่ 9 คนละ 3 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งเก้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด10 เดือน 15 วัน จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9คนละ 1 ปี 9 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะแล้วไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ ริบของกลางจำเลย ทั้ง เก้า อุทธรณ์ ขอให้ รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งเก้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14, 31 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 6 อายุไม่เกิน 17 ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้วจำคุก 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 คนละ 2 ปีเมื่อลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5และที่ 7 ถึงที่ 9 คนละ 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยทั้งเก้าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามฟ้องหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องเป็นสองกรรมแยกต่างหากจากกัน แต่เมื่ออ่านรวมกันแล้วได้ความว่า จำเลยทั้งเก้าเข้าไปตัดต้นยูคาลิปตัสในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 38 ตันแล้วทอนออกเป็นท่อนได้ 250 ท่อน และใช้รถยนต์ของกลางบรรทุกออกจากป่าไปในวันเวลาเดียวกัน ไม้ที่จำเลยทั้งเก้าร่วมกันตัดฟันและลักเอาไป จึงเป็นไม้จำนวนเดียวกัน และได้กระทำคราวเดียวพร้อมกันต่อเนื่องกันไปโดยมีเจตนาเพียงเพื่อประสงค์ต้องการไม้เท่านั้น จึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม
จำเลย - นาย ประสิทธิ์ หมายประจวบกลาง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 335, ม. 336 ทวิ
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 — ม. 14, ม. 31 วรรคสอง
องค์คณะ
บุญธรรม อยู่พุก
ณรงค์ ตันติเตมิท
ปรีชา บูรณะไทย

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา