ฎีกา ปี พ.ศ. 2556 แพ่ง

ฎีกาที่ 6301/2556

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้ผู้ร้องจะมิได้เป็นทายาทของผู้ตาย แต่การที่ผู้ตายทำพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกย่อมทำให้ผู้ร้องมีหน้าที่ที่จะต้องทำการอันจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรม และเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก และอาจต้องรับผิดต่อทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 และ 1720 จึงถือว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า นางจิตรา ผู้ตายทำพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางจิตรา ผู้ตาย
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วงดไต่สวนและมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับมรดกของผู้ตาย จึงยกคำร้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความ ค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้
ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า นางจิตรา ผู้ตาย ทำพินัยกรรมตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกและยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 กำหนดว่า ผู้มีสิทธิที่จะร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ คือ ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการ สำหรับคดีนี้แม้ผู้ร้องจะไม่ได้เป็นทายาทของผู้ตายแต่การที่ผู้ตายทำพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกย่อมทำให้ผู้ร้องมีหน้าที่ที่จะต้องทำการอันจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรม และเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก และอาจต้องรับผิดต่อทายาท ตามมาตรา 1719 และ 1720 จึงถือว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิร้องขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก คำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น และย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้รวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - นายกิตติธัช ฉวีทอง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1713, ม. 1719, ม. 1720
องค์คณะ
พิทยา บุญชู
สมควร วิเชียรวรรณ
พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดนครปฐม - นางสาวกษมา ลอยเจิ่ง
หมายเลขคดี
หมายเลขคดีดำ - พ793/2555
หมายเลขคดีแดง - พ897/2555

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา