ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่ง

ฎีกาที่ 6337/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษา ตามยอมพร้อมออกคำบังคับในวันที่ 29 เมษายน 2520 โจทก์จำเลย ลงชื่อรับทราบคำบังคับกำหนดให้จำเลยใช้เงินตาม สัญญาประนีประนอมยอมความแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือน การที่โจทก์จะมีสิทธิบังคับคดีและขอให้ศาลออกหมาย บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271,273,276 ได้นั้นจะต้องให้ระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้ล่วงพ้นไปแล้วโจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยได้ภายในสิบปีตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2520 จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2530

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2520 และจำเลยตกลงจะชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันทำยอม โจทก์ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่17 พฤศจิกายน 2520 ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2530 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 55203 จำเลยคัดค้านว่าโจทก์มิได้บังคับคดีภายใน 10 ปี จึงขาดอายุความบังคับคดีศาลชั้นต้นนัดไต่สวน และต่อมาเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดไต่สวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ขอหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2520 แต่เพิ่งยื่นคำขอยึดทรัพย์จำเลยวันที่ 22 กันยายน 2530 จึงเป็นการบังคับคดีเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาสิบปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิพากษาแล้วคดีของโจทก์ขาดอายุความบังคับคดี จึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลทำการยึดทรัพย์ของจำเลยได้ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไปตามคำร้องขอของโจทก์ จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้พิพากษาตามยอมพร้อมออกคำบังคับในวันที่ 29 เมษายน 2520 ซึ่งโจทก์จำเลยลงชื่อรับทราบคำบังคับแล้ว คำบังคับดังกล่าวกำหนดให้จำเลยใช้เงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ซึ่งระบุว่า จำเลยตกลงชำระหนี้ตามสัญญาแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือนกล่าวคือ ภายในวันที่ 29 ตุลาคม 2520 การที่โจทก์จะมีสิทธิบังคับคดีจำเลยและขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 มาตรา 273และมาตรา 276 นั้น จะต้องให้ระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้เพื่อปฏิบัติตามคำบังคับนั้น คือวันที่ 29 ตุลาคม 2520 ได้ล่วงพ้นไปแล้วโจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยในคดีนี้ได้ภายในสิบปีตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2520 จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2530โจทก์จึงมีสิทธินำยึดทรัพย์จำเลยในวันที่ 22 กันยายน 2530 ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด
จำเลย - นาย สุวิทย์ แซ่ลิ้ม
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 271, ม. 273, ม. 276
องค์คณะ
อากาศ บำรุงชีพ
ชลิต ประไพศาล
สมชัย ศิริบุตร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา