ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา

ฎีกาที่ 6337/2541

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้การกระทำของจำเลยยังไม่ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยเป็นการใช้เอกสารปลอมโดยส่งโทรสาร ซึ่งหากผู้รับโทรสารเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างมาก แม้จำเลยจะไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับมีข้อความว่า ให้เชนลิซซิ่ง ทุกสาขาโอนเงินจำนวนสาขาละ20,000 บาท ภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2539 เวลา 12 นาฬิกาเข้าบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 343-040623-5 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) สาขาพนัสนิคม โดยอ้างว่าเพื่อนำเงินไปพัฒนาและวิเคราะห์ระบบภาษีอากรให้เป็นไปอย่างมีระบบและคุณภาพสูงสุดแล้วลงลายมือชื่อปลอมของนายรชต์เขตต์ โรจนมณเฑียร ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ ไฮร์-เฟอร์เชส ชลบุรีผู้เสียหาย ในเอกสารดังกล่าว โดยจำเลยมีเจตนาให้ผู้จัดการสาขาแต่ละแห่งของผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเอกสารดังกล่าวที่จำเลยปลอมขึ้นเป็นเอกสารที่แท้จริง แล้วจำเลยได้บังอาจใช้เอกสารปลอมดังกล่าวส่งโทรสาร (แฟกซ์) ไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ ไฮร์เฟอร์เชส ชลบุรีสาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ ไฮร์เฟอร์เชส ชลบุรี สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้จริง แล้วโอนเงินจำนวน 20,000 บาทเข้าบัญชีดังกล่าว การกระทำของจำเลยน่าจะเป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชนลิซซิ่ง แอนด์ไฮร์-เฟอร์เชส ชลบุรีและนายรชต์เขตต์ โรจนมณเฑียร ผู้เสียหายได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268จำเลยให้การปฏิเสธแต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วจำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 (ที่ถูกมาตรา 264 วรรคแรก), 268 วรรคแรก(ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก)แต่จำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 568 วรรคสองประกอบมาตรา 264 (ที่ถูกมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามมาตรา 268 วรรคสอง) จำคุก 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพลงโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นเห็นว่า แม้การกระทำของจำเลยยังไม่ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยเป็นการใช้เอกสารปลอมโดยส่งโทรสาร ซึ่งหากผู้รับโทรสารเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างมาก แม้จำเลยจะไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม แต่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม จึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ชลบุรี
จำเลย - นาย สุธี อินทร ประเสริฐ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56
องค์คณะ
เหล็ก ไทรวิจิตร
ดุสิต เพชรปลูก
สกนธ์ กฤติยาวงศ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา