ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง

ฎีกาที่ 6355/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ทนายจำเลยทั้งสองได้นำคำร้องขอถอนตนมายื่นต่อศาลแล้วกลับไปก่อนศาลออกนั่งพิจารณา ถือว่าฝ่ายจำเลยไม่มาศาลในวันสืบพยานโดยได้แจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่ไปศาลแล้ว การที่ศาลไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยทั้งสองถอนตนแล้วลงมือสืบพยานโจทก์ไปจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี จำเลยทั้งสองจะขอพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 มิได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็ค 4 ฉบับ เป็นเงิน 380,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์และศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีโดยรวบรัดให้จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 30 มิถุนายน 2537 ถึงวันนัดทนายโจทก์และทนายจำเลยทั้งสองศาลศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดพร้อมและนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2537 ตามที่คู่ความร่วมกันแถลงเพื่อเจรจาตกลงกันพอถึงวันนัดพิจารณาจำเลยทั้งสองไม่มาศาล แต่ทนายจำเลยทั้งสองมาศาลและยื่นคำร้องขอถอนตนจากการเป็นทนายจำเลยทั้งสองและกลับไปโดยไม่ฟังคำสั่งศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยทั้งสองถอนตนจากการเป็นทนายจำเลยทั้งสองและมีคำสั่งจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่าจำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา จำเลยทั้งสองไม่เคยรู้จักโจทก์และไม่เคยนำเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ ไปแลกเงินสดจากโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมิได้พิจารณาคดีโดยจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาฉะนั้นจึงขอให้พิจารณาใหม่ไม่ได้ ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าจำเลยทั้งสองขอพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เมื่อทนายจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอถอนตนจากการเป็นทนายจำเลยทั้งสองแล้ว ทนายจำเลยทั้งสองกลับไปจากศาลก่อนที่ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองมาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยมิได้มีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาเป็นการไม่ชอบ จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นชอบจะรับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองนั้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาหรือไม่ การขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองนั้นจะต้องเป็นกรณีที่คู่ความไม่มาศาลในวันสืบพยานประการหนึ่งประกอบกับมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานอีกประการหนึ่ง หากคู่ความไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานแต่ได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลก่อนลงมือสืบพยาน แต่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีไปก็ถือไม่ได้ว่าคู่ความนั้นขาดนัดพิจารณาคดีนี้ทนายจำเลยทั้งสองได้นำคำร้องขอถอนตนมายื่นต่อศาลแล้วกลับไปก่อนศาลออกนั่งพิจารณาพอถือได้ว่าฝ่ายจำเลยไม่มาศาลในวันสืบพยาน แต่การที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนตนจากการเป็นทนายแล้วกลับไปถือได้ว่าฝ่ายจำเลยได้แจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่ไปศาลแล้ว การที่ศาลไม่อนุญาตให้ทนายจำเลยทั้งสองถอนตนแล้วลงมือสืบพยานโจทก์ไปจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา ซึ่งตามรายงานกระบวนพิจารณาศาลชั้นต้นก็มิได้มีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้วเมื่อศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา แม้ต่อมาจะพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี จำเลยทั้งสองก็จะขอพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207มิได้ ฎีกาจำเลยทั้งสองในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสองในปัญหาที่ว่า จำเลยทั้งสองจงใจขาดนัดยื่นคำให้การเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สม นึก โพธิ์ ทะเล
จำเลย - บริษัท ทูสตาร์ จำกัด กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 197, ม. 207
องค์คณะ
ปราโมทย์ ชพานนท์
ปรีชา เฉลิมวณิชย์
สมภพ โชติกวณิชย์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา