ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 แพ่ง

ฎีกาที่ 637/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่า จ. ลงชื่อในสัญญากู้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่า โจทก์มีประจักษ์พยานยืนยันว่า จ. ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของ จ. จึงฟังได้ว่า จ. ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้นปัญหาตามฎีกาของจำเลย จึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายจรัส บุญชัยผู้ตาย ชำระเงินที่ผู้ตายกู้ไปจากโจทก์จำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจำเลยให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยท้ากันเรื่องลายมือชื่อผู้ตายว่าปลอมหรือไม่ ผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าไม่ใช่ลายมือชื่อปลอมจึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 355,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าไม่ใช่เรื่องคู่ความท้ากัน ยังต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายืนศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่แล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน429,845.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 355,000บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538) ไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดแทนโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธและไม่แน่ชัดรับฟังไม่ได้ว่านายจรัสลงชื่อในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อรับฟังไม่ได้นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า โจทก์มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า นายจรัสลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ประกอบทั้งผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อนายจรัส ในสัญญากู้ยืมเงินกับลายมือชื่อในบัญชีลงเวลานักศึกษาช่องลายมือชื่อนายจรัสนั้น ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งโจทก์มีนายปกรณ์ เป็นพยานเบิกความยืนยันว่าลายมือในบัญชีลงเวลานักศึกษาดังกล่าวเป็นลายมือนายจรัสจึงฟังได้ว่านายจรัสได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและลงชื่อในช่องผู้กู้ ดังนั้น ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง รสกรณ์ พรหมนิมิตร
จำเลย - นาง ปิ่น บุญชัย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย จรัส บุญชัย ผู้ตาย
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 249 วรรคหนึ่ง
องค์คณะ
วิชัย วิวิตเสวี
เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา