ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 6415/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่ผู้ร้องได้รับหนังสือจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้ชำระหนี้แก่กองทรัพย์สินของจำเลย หากผู้ร้องจะปฏิเสธหนี้ผู้ร้องมีหน้าที่ต้องปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเมื่อปรากฏว่าหนังสือปฏิเสธหนี้ของผู้ร้องส่งถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว ดังนี้ ถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้เด็ดขาด
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 3 เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือถึงผู้ร้องให้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งลูกหนี้ที่ 3 มีสิทธิเรียกร้องจากผู้ร้องจำนวน 7 ฉบับ รวมเป็นเงิน 177,581,382.58 บาทพร้อมดอกเบี้ย ผู้ร้องได้รับหนังสือทวงหนี้วันที่ 5 กรกฎาคม 2532และได้มีหนังสือปฏิเสธหนี้ถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันที่21 กรกฎาคม 2532 ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่รับหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือปฏิเสธหนี้ ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำคัดค้านของผู้ร้องและถือว่าผู้ร้องมิได้ปฏิเสธหนี้ภายในกำหนดจึงถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 3 ตามจำนวนที่แจ้งไปเป็นการเด็ดขาดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้กลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นขึ้นมาสู่ศาลฎีกาประเด็นเดียวว่าผู้ร้องปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาหรือไม่ เห็นว่าตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา119 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ผู้ที่ถูกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ต้องปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งความเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องได้รับหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้เมื่อวันที่5 กรกฎาคม 2532 ผู้ร้องจึงมีหน้าที่ต้องปฏิเสธหนี้เป็นหนังสือส่งถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2532หาใช่ถือเอาวันที่ 19 กรกฎาคม 2532 อันเป็นวันที่ซึ่งผู้ร้องลงชื่อในหนังสือเป็นวันปฏิเสธหนี้ ส่วนจะส่งถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายหลังวันดังกล่าวเลยกำหนด 14 วันแล้วก็ได้ดังที่ผู้ร้องอ้างไม่ ฉะนั้น เมื่อหนังสือปฏิเสธหนี้ของผู้ร้องส่งถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ล่วงเลยกำหนด 14 วัน ตามมาตรา119 วรรคหนึ่งแล้ว ต้องถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 3 เด็ดขาด ผู้ร้องจึงไม่อาจร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับหนังสือปฏิเสธหนี้ หรือคัดค้านคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ไม่รับหนังสือปฏิเสธหนี้ของผู้ร้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด
ผู้ร้อง - บริษัท สยาม ราษฎร์พรอปเปอร์ตี้ส์ จำกัด
จำเลย - บริษัท พี.เอส.เอ . จำกัด ที่ 1 กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 119 วรรคหนึ่ง
- องค์คณะ
- ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
สวิน อักขรายุธ
เพ็ง เพ็งนิติ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา