ฎีกา ปี พ.ศ. 2534
ฎีกาที่ 6434/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
มารดาโจทก์ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1 โจทก์เกิดโดยมารดาถูกถอนสัญชาติไทยถือว่าเป็นคนต่างด้าว โจทก์เกิดภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติใช้บังคับ โจทก์ไม่ได้สัญชาติไทย ขณะโจทก์เกิดบิดามารดาโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน การที่บิดามารดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกันในภายหลังก็มีผลเพียงให้โจทก์กลายเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1547 ไม่ทำให้โจทก์ได้สัญชาติไทยตามพ.ร.บ. สัญชาติฯ.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทย และให้จำเลยรับแจ้งการเกิดของโจทก์ออกสูติบัตรให้แก่โจทก์ เพิ่มชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านเลขที่ 623/1-2 ถนนพรหมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีจำเลยให้การว่า มารดาโจทก์เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว และเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โจทก์จึงไม่ได้สัญชาติไทยโดยผลของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13ธันวาคม 2515 ข้อ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยรับแจ้งการเกิดของโจทก์ ออกสูติบัตรให้แก่โจทก์ และเพิ่มชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านเลขที่ 623/1-2 ถนนพรหมราช ตำบลในเมืองอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทยหรือไม่ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.8 ว่ามารดาโจทก์เกิดโดยบิดามารดาเป็นคนสัญชาติญวนซึ่งเป็นคนต่างด้าวมารดาโจทก์จึงต้องถูกถอนสัญชาติไทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1 โจทก์เป็นบุคคลที่เกิดโดยมารดาที่ถูกถอนสัญชาติไทย ถือว่าเป็นคนต่างด้าว โจทก์เกิดภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติใช้บังคับ แม้จะเกิดในราชอาณาจักรโจทก์ก็ไม่ได้สัญชาติไทย เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะสั่งเป็นอย่างอื่นเป็นการเฉพาะรายไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 และ 2ของประกาศดังกล่าว สำหรับกรณีของโจทก์ไม่ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเป็นอย่างอื่นเป็นการเฉพาะรายแต่อย่างใด ขณะที่โจทก์เกิดเมื่อปี 2518 บิดามารดาโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน การที่บิดามารดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกันในภายหลังก็มีผลเพียงให้โจทก์กลายเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 ไม่ทำให้โจทก์ได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ดังกล่าวมีผลบังคับเป็นพิเศษยิ่งกว่าพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยสัญชาติทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้ก็เพราะการได้สัญชาติ ก่อให้เกิดสิทธิบางประการแก่ผู้ได้รับสัญชาติแต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดหน้าที่แก่รัฐต่อผู้ได้รับสัญชาติด้วยจึงเป็นอำนาจของรัฐที่จะให้สัญชาติแก่ผู้ใด ตามเงื่อนไขที่รัฐเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งก็อยู่กับนโยบาย เหตุการณ์บ้านเมือง และความจำเป็นของประเทศและการที่นายทะเบียนไม่ได้ออกบัตรประจำตัวคนต่างด้าวให้แก่มารดาโจทก์ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าวพุทธศักราช 2493 มาตรา 5 และ 8 นั้นก็ไม่ทำให้มารดาโจทก์กลายเป็นคนมีสัญชาติไทยแต่อย่างใด..."พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - เด็ก หญิง กัน ธิมา เหล่าพงศ์ไพศาล โดยนายหมง เหล่าพงศ์ไพ ศาล
โจทก์ - ผู้แทนโดยชอบธรรม
จำเลย - นายทะเบียน ท้องถิ่น เทศบาล เมือง อุบลราชธานี - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 — ม. 7
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 - องค์คณะ
- อุระ หวังอ้อมกลาง
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
เพ็ง เพ็งนิติ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา