ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 แพ่งและอาญา

ฎีกาที่ 6440/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในคดีอาญาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน7 วัน หากไม่นำส่งให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง โจทก์ทราบคำสั่งแล้วทนายโจทก์นำเงินค่าส่งหมายไปวางต่อเจ้าพนักงานศาลแต่มิได้นำส่งถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบ อันเป็นการทิ้งฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์เสียจากสารบบความ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132(1)ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงชอบแล้ว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกแก่จำเลยภายใน7 วัน หากไม่นำส่งให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ต่อมาเจ้าพนักงานศาลรายงานต่อศาลว่า โจทก์มิได้นำส่งหมายเรียกแก่จำเลยในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าโจทก์ได้นำหมายเรียกที่จะส่งให้แก่จำเลยในกำหนดแล้วศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกให้จำเลยเป็นการสั่งให้โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 วรรคท้ายกำหนดไว้ โจทก์จึงมีหน้าที่จะต้องดำเนินการต่อไปภายในเวลาที่กำหนดเมื่อโจทก์ทราบคำสั่งศาลแล้วไม่นำส่งหมายเรียกให้จำเลยภายใน7 วัน ต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบ อันเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าโจทก์ได้วางเงินค่านำส่งหมายเรียกให้เจ้าพนักงานศาลแล้วก็ตาม โจทก์ก็ยังมีหน้าที่ต้องนำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกให้แก่จำเลย เมื่อโจทก์ไม่นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็ชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งจำหน่ายคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132(1) ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 กรณีไม่มีเหตุที่จะยกขึ้นพิจารณาใหม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย เกรียงไกร ลิวชวโรจน์
จำเลย - นาย สุพจน์ อนุพันธ์
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 — ม. 3
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 91
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 15
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 70 วรรคท้าย, ม. 132 (1), ม. 174 (2)
องค์คณะ
บุญส่ง วรรณกลาง
วิทวัส อยู่วัฒนา
ตัน เวทไว

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา