ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา

ฎีกาที่ 6476/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

หลังจากจำเลยและพวกวิ่งหลบหนีเข้าบ้านแล้วประมาณ 10 นาทีจำเลยจึงวิ่งขึ้นไปบนบ้านของ ม. และนำอาวุธปืนออกมายืนหน้าบ้านเพื่อจะขู่กลุ่มของผู้เสียหายให้กลับไป เมื่อผู้เสียหายถือมีดดาบและขวดจะเข้าทำร้ายจำเลยห่างประมาณ 3 เมตร จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มของผู้เสียหาย พฤติการณ์ของจำเลย เช่นนี้แสดงว่าจำเลยสมัครใจทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของผู้เสียหาย เพราะขณะจำเลยกับพวกวิ่งหลบหนีเข้าบ้าน ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายหมดสิ้นไปแล้ว หากจำเลยไม่ประสงค์จะทะเลาะวิวาทอีกต่อไปจำเลยก็ไม่น่าจะนำอาวุธปืนออกมายืนอยู่หน้าบ้าน อันเป็นการท้าทายกลุ่มของผู้เสียหายซึ่งเป็นวัยรุ่น จำเลยย่อมไม่อาจยกเอาการป้องกันตัวขึ้นมาอ้างเพื่อให้การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,91, 288 และ 371จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80,371 และ 91 ขณะกระทำความผิด จำเลยอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง จำคุก 3 เดือน ฐานพาอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 1 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก5 ปี รวมจำคุก 5 ปี 4 เดือน คำให้การรับสารภาพและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยและนายทัศนัยว่าหลังจากจำเลยและพวกวิ่งหลบหนีเข้าบ้านแล้วประมาณ 10 นาที จำเลยวิ่งขึ้นไปบนบ้านของนายมีและนำอาวุธปืนออกมายืนหน้าบ้านเพื่อจะขู่กลุ่มวัยรุ่นให้กลับไป นายจักรกฤษณ์ถือมีดดาบและขวดจะเข้าทำร้ายจำเลยห่างประมาณ 3 เมตร จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่น 1 นัด พฤติการณ์ของจำเลยเช่นนี้แสดงว่าจำเลยสมัครใจทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย เพราะขณะจำเลยกับพวกวิ่งหลบหนีเข้าบ้านถือว่าภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายหมดสิ้นไปแล้ว หากจำเลยไม่ประสงค์จะทะเลาะวิวาทอีกต่อไป จำเลยไม่น่าจะนำอาวุธปืนออกมายืนอยู่หน้าอันเป็นการท้าทายกลุ่มของผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยสมัครใจเข้าทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของผู้เสียหาย จำเลยย่อมไม่อาจยกเอาการป้องกันตัวขึ้นมาอ้างเพื่อให้การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายได้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหายทั้งสาม 1 นัด เป็นการกระทำโดยมีเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญของนายมนัสและนายลิ ส่วนนายจักรกฤษณ์กระสุนปืนพลาดไปจึงไม่ได้รับบาดเจ็บผู้เสียหายทั้งสามจึงไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสามตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นส่วนข้อหาฐานมีและพาอาวุธปืนนั้น เมื่อได้ความจากคำของประจักษ์พยานโจทก์ทั้ง 3 ประกอบกับคำของจำเลยเองว่า จำเลยได้พาอาวุธปืนแก๊ปเดี่ยวยาว 1 กระบอก จากบ้านของนายมีและเดินมาตามทางโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและพาวุธปืนติดตัวจำเลยจึงต้องมีความผิดในข้อหาฐานมีและพาอาวุธปืนตามฟ้อง ซึ่งความผิดทั้งสองฐานนี้เป็นความผิดสองกรรมศาลชั้นต้นเรียงกระทงลงโทษ เมื่อลดโทษแล้วคงจำคุก 2 เดือน ชอบแล้วพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด แพร่
จำเลย - นาย มา นพ แ ชม ชู
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 68, ม. 80, ม. 288
องค์คณะ
อากร อัชกุล
สุทธิ นิชโรจน์
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา