ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง
ฎีกาที่ 6520/2539
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยอ้างว่าจำเลยมีการศึกษาน้อยจึงไม่ทราบวิธีดำเนินกระบวนพิจารณาคดีและมิได้โต้แย้งทักท้วงการยื่นบัญชีระบุพยานของทนายจำเลยนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างจำเลยกับทนายของจำเลยเองส่วนข้อที่อ้างว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าจะต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของจำเลยว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่นั้นจำเลยมิได้แสดงถึงเหตุอันสมควรให้ฟังได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนอย่างไรและมิได้แสดงถึงเหตุที่จำเลยไม่ทราบว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่ไว้ในคำร้องตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา88วรรคสามกรณีจึงไม่มีเหตุที่จะให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยไว้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวปลูกอยู่บนที่ดินของจำเลยจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ส่วนที่นาจำเลยก็ทำนามาตลอดไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่านาจากโจทก์ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านและขอย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีการะหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นางสุมณฑา สุภาพวานิชทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาตศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยก่อนเป็นเบื้องแรกว่า กรณีมีเหตุสมควรให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมหรือไม่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนเสร็จแล้ว จำเลยได้ยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 28 มิถุนายน 2536 ว่าการยื่นบัญชีระบุพยานที่ทนายคนเดิมยื่นไว้ยังไม่สมบูรณ์ขาดตกบกพร่องเนื่องจากจำเลยเป็นผู้มีการศึกษาน้อย ไม่ทราบวิธีดำเนินกระบวนพิจารณาคดีจึงมิได้โต้แย้งหรือทักท้วงการยื่นบัญชีระบุพยานที่บกพร่อง และไม่สามารถทราบได้ว่าจะต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของจำเลยว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่อันเป็นเหตุสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมได้ตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น เห็นว่า ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยมีการศึกษาน้อยจึงไม่ทราบวิธีดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมิได้โต้แย้งทักท้วงการยื่นบัญชีระบุพยานนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างจำเลยกับทนายจำเลยเองส่วนข้อที่อ้างว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าจะต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของจำเลยว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่นั้น จำเลยมิได้แสดงถึงเหตุอันสมควรให้ฟังได้ว่าจำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนอย่างไร และมิได้แสดงถึงเหตุที่จำเลยไม่ทราบว่าพยานหลักฐานได้มีอยู่ไว้ในคำร้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยไว้ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยชอบแล้วพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง จำลอง พันธุ์สุวรรณฯ
จำเลย - นาย เครือ สุขสว่าง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 88
- องค์คณะ
- กอบเกียรติ รัตนพานิช
สมมาตร พรหมานุกูล
ชลอ บุณยเนตร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา