ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง
ฎีกาที่ 6591/2539
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์จำเลยพิพาทกันโดยตรงว่าโจทก์หรือจำเลยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอนค่าอากรแสตมป์และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการที่จำเลยจะจดทะเบียนโอนขายในราคาตามสัญญาจะซื้อขายให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกินจากราคาประเมินที่ออกกันฝ่ายละครึ่งโดยโจทก์จำเลยตกลงไปจดทะเบียนโอนขายกันที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการสาขาบางพลี ในวันที่26ตุลาคม2532เมื่อถึงวันนัดไม่อาจจดทะเบียนโอนขายกันได้เนื่องจากโจทก์จำเลยต่างโต้แย้งการชำระค่าธรรมเนียมในส่วนที่ราคาเกินจากราคาประเมินจึงเกิดข้อพิพาทกันดังกล่าวดังนี้ราคาประเมินตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองนั้นย่อมมีความหมายถึงราคาประเมินที่ใช้อยู่ในขณะเกิดข้อพิพาทเมื่อวันที่36ตุลาคม2532หาใช่มีความหมายถึงราคาประเมินในขณะทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทเมื่อวันที่28กันยายน2537ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังไม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 32741 และ 32743 ให้แก่โจทก์ในราคาตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 โดยให้จำเลยเป็นฝ่ายชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรแสตมป์ และค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในส่วนที่เกี่ยวกับราคาซื้อขายตามบัญชีกำหนดจำนวนทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน(ราคาประเมิน) ที่กำหนดไว้สำหรับที่ดินทั้งสองแปลงนั้น และให้โจทก์และจำเลยชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรแสตมป์และค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่เกินจากราคาประเมินฝ่ายละครึ่ง หากจำเลยไม่ปฎิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ต่อเมื่อโจทก์แสดงหลักฐานการวางเงินค่าที่ดินที่สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม สำหรับราคาที่ดินทั้งสองแปลงในส่วนคงเหลือหลังจากหักค่าธรรมเนียมการโอนค่าอากรแสตมป์ และค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่จำเลยจะต้องชำระดังกล่าวข้างต้นออกแล้วจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอธิบายคำพิพากษาคำว่า ราคาประเมินตามคำพิพากษาหมายความว่าอย่างไรโจทก์ไม่คัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ราคาประเมินตามคำพิพากษานั้นหมายถึงราคาประเมินของกรมที่ดินในวันที่ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ราคาประเมินตามคำพิพากษาหมายถึงราคาประเมินที่ใช้อยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท (ราคาประเมินในวันที่ 26 ตุลาคม 2532)โจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าราคาประเมินตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหมายถึงราคาประเมินที่ใช้อยู่ในขณะเกิดข้อพิพาทเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2532 หรือราคาประเมินในขณะทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2537 เห็นว่าคดีนี้ข้อเท็จจริงถึงที่สุดแล้วโจทก์จำเลยพิพาทกันโดยตรงว่าโจทก์หรือจำเลยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าอากรแสตมป์ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการที่จำเลยจะจดทะเบียนโอนขายทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จำเลยตกลงไปจดทะเบียนโอนขายกันที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการสาขาบางพลี ในวันที่ 26 ตุลาคม 2532 เมื่อถึงวันนัดไม่อาจจดทะเบียนโอนขายกันได้เนื่องจากโจทก์จำเลยต่างโต้แย้งการชำระค่าธรรมเนียมในส่วนที่ราคาเกินจากราคาประเมินจึงเกิดข้อพิพาทกันดังกล่าว ดังนี้ราคาประเมินตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองนั้นย่อมมีความหมายถึงราคาประเมินที่ใช้อยู่ในขณะเกิดข้อพิพาทเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2532 หาใช่มีความหมายถึงราคาประเมินในขณะทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2537ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้วพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย บุญญา จริยะเวช
จำเลย - นาย อดุล ชโยภาส - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 143, ม. 271
- องค์คณะ
- ไพศาล รางชางกูร
อร่าม หุตางกูร
สมพล สัตยาอภิธาน
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา