ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 อาญา

ฎีกาที่ 66/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147,157,265,268 ความผิดตามมาตรา 147 และมาตรา 157 ลงโทษบทหนักตามมาตรา 147 เป็น 6 กระทง จำคุก กระทงละ5 ปี รวม 30 ปี และความผิดตามมาตรา 265 และมาตรา 268 ลงโทษตามมาตรา 268 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 6 ปี รวมจำคุก 36 ปีศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยแต่ละคราวเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามมาตรา 147 บทหนักรวม 6 กระทงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 147,157,265,268 ให้ลงโทษตามมาตรา 147 บทหนักรวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ดังนี้ ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157, 265, 268, 91 ให้ใช้เงิน 32,788 บาทแก่ที่ทำการปกครองกิ่งอำเภอกระแสสินธุ์ และริบใบส่งของชั่วคราวและบิลเงินสดปลอมศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157, 265, 268, 90, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ความผิดตามมาตรา 147 และมาตรา 157 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักตามมาตรา 147 และการที่จำเลยเบิกเงินตามใบเบิกเงินเพื่อจ่ายในราชการ (แบบ 350) เอกสารหมาย จ.1 จ.5 จ.8 จ.11 และจ.17 (ที่ถูกมี จ.14 ด้วย) เป็นการกระทำผิดต่างกรรม ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดรวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม30 ปี ความผิดตามมาตรา 265 และ 268 นั้น ให้ลงโทษตามมาตรา 268รวมเป็นความผิด 6 กรรม ลงโทษทุกกรรม จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 6 ปีรวมจำคุก 36 ปี ให้จำเลยใช้เงิน 32,788 บาท แก่ที่ทำการปกครองกิ่งอำเภอกระแสสินธุ์ และริบใบส่งของชั่วคราวกับบิลเงินสดปลอมด้วยจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 265, 268 ให้ลงโทษตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปีรวมจำคุก 30 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 265, 268 ความผิดตามมาตรา 147 และมาตรา 157 ลงโทษบทหนักตามมาตรา 147 เป็น6 กระทงจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 30 ปี และความผิดตามมาตรา 265และมาตรา 268 ลงโทษตามมาตรา 268 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม6 ปี รวมจำคุก 36 ปี แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา147 และมาตรา 157 และที่จำเลยปลอมใบส่งของและบิลเงินสดกับใช้เอกสารปลอมดังกล่าว รวม 6 คราว ก็โดยมีเจตนาที่จะใช้เป็นหลักฐานในการเบียดบังยักยอกเงินที่จำเลยเบิกมาในแต่ละงวดรวม 6 คราว การกระทำของจำเลยในแต่ละคราวจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษตามมาตรา 147 บทหนักรวม 6 กระทง จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 147,157, 265, 268 ให้ลงโทษตามมาตรา 147 บทหนักรวม 6 กระทงจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ดังนี้ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง คดีของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - อัยการ สงขลา
จำเลย - นาย สม ศักดิ์ ทอง ทวี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 218
องค์คณะ
สมชัย ศิริบุตร
อากาศ บำรุงชีพ
ชลิต ประไพศาล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา