ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง

ฎีกาที่ 6611 - 6612/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ประกอบมาตรา 246คือต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วแต่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมจึงจะกระทำได้ คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นมิได้รับคำฟ้องอุทธรณ์จึงไม่มีตัวคำฟ้องอุทธรณ์ที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมได้ การที่จะสั่งงดการบังคับคดีได้จะต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292,293,294 หรือ 296ตามคำร้องของจำเลยเพียงแต่ขอให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์เสียก่อนนั้น จำเลยไม่ได้ระบุอ้างเหตุตามกฎหมายดังกล่าวไว้ จึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งยกคำร้องของจำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตรวจคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยแล้วปรากฏว่านายงา จอกแก้ว เป็นผู้อุทธรณ์ ผู้เรียบและพิมพ์ แต่ปรากฏว่าในใบแต่งทนายความนายงาทนายจำเลยไม่มีอำนาจที่จะใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยต่อมาเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์แล้วจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขอุทธรณ์โดยขออนุญาตให้นายวีร์ สมิตเวช ทนายความที่มีอำนาจได้ลงชื่อในอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้วจึงไม่อาจที่จะอนุญาตให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์ให้ถูกต้องตามขอได้ ให้ยกคำร้องต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อไม่มีการทุเลาการบังคับก็ไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งทั้ง 2 ฉบับศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำฟ้องอุทธรณ์โดยให้ทนายความผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ประกอบมาตรา 246คือจะต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วแต่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมจึงจะกระทำได้ เมื่อศาลชั้นต้นมิได้รับคำฟ้องอุทธรณ์ จึงไม่มีตัวคำฟ้องอุทธรณ์ที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมทั้งจะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นก็กระทำมิได้เพราะศาลชั้นต้นมิได้สั่งโดยผิดระเบียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยประการหลังมีว่า ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่จะสั่งงดการบังคับคดีได้จะต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292, 293,294 หรือ 296 ตามคำร้องของจำเลยเพียงแต่ขอให้งดบังคับคดีไว้จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียก่อน ไม่ได้ระบุอ้างเหตุตามกฎหมายดังกล่าวไว้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยทั้ง 2 ฉบับ จึงชอบแล้วพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง สุวลี บุญศรี
จำเลย - นาย สมพงษ์ บุญศรี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 179, ม. 246, ม. 292, ม. 293, ม. 294, ม. 296
องค์คณะ
ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
ก้าน อันนานนท์
อัครวิทย์ สุมาวงศ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา