ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 แพ่ง
ฎีกาที่ 6671/2541
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายคิดเป็นเงิน 5,300 บาท พิพากษาให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ การวินิจฉัยคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นรับฟังจากพยานหลักฐานทั้งปวงที่โจทก์นำสืบ มิได้รับฟังจากเฉพาะคำเบิกความของ ค. เพียงปากเดียวและแม้โจทก์จะไม่มี ค. เข้าเบิกความ ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยคดีของศาลชั้นต้นเปลี่ยนแปลงไปดังนั้น แม้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ค. พยานโจทก์เข้าเบิกความโดยไม่มีชื่อในบัญชีพยานโจทก์ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88และมาตรา 106 ก็ไม่ทำให้พยานโจทก์อื่น ๆ เสียไป หรือหาก ค. ไม่เข้าเบิกความแล้วผลของคดีจะเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาข้อกฎหมายในเรื่องดังกล่าวของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์กระบะถอยหลังด้วยความประมาทเลินเล่อชนส่วนหน้าของรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย โจทก์ชำระค่าซ่อมรถยนต์ดังกล่าวให้แก่อู่ซ่อมเรียบร้อยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยมาเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 5,697.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 5,300 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 5,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กันยายน 2537 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า นายคำเสียง กรวยสูงเนิน พยานโจทก์เข้าเบิกความโดยไม่มีชื่อระบุในบัญชีพยานโจทก์ การเบิกความของนายคำเสียงจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และมาตรา 106 เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1 ฉ-7560 กรุงเทพมหานคร ที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายคิดเป็นเงิน 5,300 บาท พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 5,300 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กันยายน 2537 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ การวินิจฉัยคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นรับฟังจากพยานหลักฐานทั้งปวงที่โจทก์นำสืบ มิได้รับฟังจากเฉพาะคำเบิกความของนายคำเสียงเพียงปากเดียวและแม้โจทก์จะไม่มีนายคำเสียงเข้าเบิกความก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยคดีของศาลชั้นต้นเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น แม้ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายคำเสียงพยานโจทก์เข้าเบิกความโดยไม่มีชื่อในบัญชีพยานโจทก์ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และมาตรา 106 ดังจำเลยฎีกาก็ไม่ทำให้พยานโจทก์อื่น ๆ เสียไป หรือหากนายคำเสียงไม่เข้าเบิกความแล้วผลของคดีจะเปลี่ยนไป ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลย จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"พิพากษายกฎีกาจำเลย
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท คุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด (มหาชน
จำเลย - นายอรุณ ธนาวินิจเจริญ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 88, ม. 249
- องค์คณะ
- เสรี ชุณหถนอม
สมบัติ เดียวอิศเรศ
ไสว จันทะศรี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา