ฎีกา ปี พ.ศ. 2545 แพ่ง
ฎีกาที่ 6728/2545
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์มอบหมายให้ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยโดยการมอบหมายไม่ได้ทำเป็นหนังสือจึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 798 แต่จำเลยรับหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแล้วไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องแสดงว่าโจทก์ยอมรับการบอกกล่าวบังคับจำนองของทนายความแล้ว เป็นการให้สัตยาบันแก่การกระทำของทนายความ ทนายความจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในการบอกกล่าวบังคับจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823ก. เป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารโจทก์ มีหน้าที่ควบคุมดูแลบัญชีลูกหนี้ที่ผิดนัดค้างชำระหนี้ รวมทั้งติดตามเรียกร้องหนี้สินค้างชำระ เบิกความเป็นพยานโจทก์ประกอบเอกสารเกี่ยวกับหนี้สินจำเลยว่ามีอยู่และถูกต้องแท้จริง เป็นการเบิกความถึงสิ่งที่พยานมีหน้าที่เกี่ยวข้องรู้เห็นและทราบข้อความในเรื่องที่เบิกความเป็นพยาน คำเบิกความของก. จึงไม่ต้องห้ามรับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95(2)
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยชำระหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน644,043.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 553,882.41 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้เป็นเงิน 916,045.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 733,108.69 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 137436 และ 137437 ตำบลพุดซา อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระจนครบถ้วนจำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชี 644,043.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 553,882.41 บาท และชำระหนี้เงินกู้916,045.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 733,108.69 บาท โดยให้คิดดอกเบี้ยในต้นเงินทั้งสองยอดนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 เมษายน 2542)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 137436 และ137437 ตำบลพุดซา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและสัญญากู้เงิน (สินเชื่อที่อยู่อาศัย) จำเลยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 137436 และโฉนดเลขที่ 137437 ตำบลพุดซา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนองเป็นประกันหนี้ทั้งสองสัญญา ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและสัญญากู้เงิน โจทก์มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลย ตามหนังสือให้ชำระหนี้และบังคับจำนองจำเลยได้รับแล้วแต่ไม่ชำระหนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น เห็นว่า การที่โจทก์มอบหมายให้ทนายความทำหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยโดยที่การมอบหมายนั้นไม่ได้ทำเป็นหนังสือซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 แต่เมื่อจำเลยรับหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแล้วไม่ชำระหนี้โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องนั้นแสดงว่าโจทก์ยอมรับการบอกกล่าวบังคับจำนองของทนายความนั้นแล้ว เป็นการให้สัตยาบันแก่การกระทำของทนายความ ทนายความผู้นั้นจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในการบอกกล่าวบังคับจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 ที่จำเลยอ้างว่านายไกร สัตถาผล ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์ไม่มีอำนาจบอกกล่าวบังคับจำนองจึงไม่อาจให้สัตยาบันได้นั้น ข้อวินิจฉัยเรื่องการให้สัตยาบันเป็นเรื่องของโจทก์ไม่เกี่ยวกับผู้รับมอบอำนาจช่วง การบอกกล่าวบังคับจำนองชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยประการต่อมาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเรื่องการส่งหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามคำให้การจำเลยไม่ได้ยกเรื่องการไม่ส่งหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังภูมิลำเนาจำเลยตามที่แจ้งต่อธนาคารโจทก์เป็นข้อต่อสู้ จึงไม่มีประเด็นพิพาทในเรื่องนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า ศาลล่างทั้งสองรับฟังคำเบิกความของนายไกร สัตถาผล ซึ่งไม่ได้เป็นผู้จัดทำหรือมีส่วนรู้เห็นขณะทำพยานเอกสารต่าง ๆ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95(2) นั้น เห็นว่า นายไกร สัตถาผล เป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารโจทก์ สาขาถนนจอมพล มีหน้าที่ควบคุมดูแลบัญชีลูกหนี้ที่ผิดนัดค้างชำระหนี้ รวมทั้งติดตามเรียกร้องหนี้สินค้างชำระ เข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ประกอบเอกสารเกี่ยวกับหนี้สินรายจำเลยว่ามีอยู่และถูกต้องแท้จริง เป็นการเบิกความถึงสิ่งที่พยานมีหน้าที่เกี่ยวข้องรู้เห็นและทราบข้อความในเรื่องที่เบิกความเป็นพยาน การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังคำเบิกความของนายไกรจึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 95(2) ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน
จำเลย - นาย ธนพล นภพรพงศ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 798, ม. 823
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 95 (2) - องค์คณะ
- สายันต์ สุรสมภพ
มานะ ศุภวิริยกุล
สำรวจ อุดมทวี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา