ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 อาญา

ฎีกาที่ 6774/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในการจับจำเลยซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในคดีนี้ให้แก่สายลับ เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบธนบัตรของกลาง ที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนอื่นไปก่อนหน้าที่จำเลยจะถูกจับในคดีนี้ด้วยและตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) บัญญัติให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิดด้วย เมื่อธนบัตรของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้การกระทำดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนหน้าที่จำเลยจะถูกจับในคดีนี้ ศาลก็มีอำนาจริบได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและเงินสด 12,700 บาทของกลางคืนธนบัตร 200 บาท ที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าพนักงานจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 9 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 14 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 9 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนและเงินสด 12,700 บาท ของกลาง คืนธนบัตรทีใช้ล่อซื้อ 200 บาท แก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์แก้เป็นว่า ไม่ริบเงินสด 12,700 บาท ของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในการจับจำเลยซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ดให้แก่สายลับ นอกจากเจ้าพนักงานตำรวจจะตรวจค้นพบธนบัตรฉบับละ 100 บาท 2 ฉบับ ของเจ้าพนักงานตำรวจที่ให้สายลับนำมาใช้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน และเมทแอมเฟตามีน 180 เม็ด ที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายแล้วยังพบธนบัตรอีก 12,700 บาท ที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนอื่นไปก่อนหน้าที่จำเลยจะถูกจับในคดีนี้ด้วยปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ศาลมีอำนาจริบธนบัตร 12,700 บาท ดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) บัญญัติว่า ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิดด้วยเมื่อธนบัตร 12,700 บาท เป็นทรัพย์ที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้การกระทำดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนหน้าที่จำเลยจะถูกจับในคดีนี้ ศาลก็มีอำนาจริบได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาง ละมัยหรือแดง คำด้วง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 33 (2)
องค์คณะ
อำนวย เต้พันธ์
กำพล ภู่สุดแสวง
ชวลิต ยอดเณร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา