ฎีกา ปี พ.ศ. 2554 อาญา
ฎีกาที่ 6788/2554
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เหตุบันดาลโทสะอาจเกิดเพราะคำบอกเล่าได้ ไม่จำเป็นต้องประสบเหตุการณ์ด้วยตนเอง วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 บอกจำเลยที่ 1 ว่าผู้ตายซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ 1 มีชู้โดยจำเลยที่ 2 เห็นผู้ตายกับชายชู้เข้าห้องและปิดประตูอยู่ด้วยกัน มีลักษณะว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจิตใจจำเลยที่ 1 อย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายทันทีที่ได้รับคำบอกเล่าจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตาม ป.อ. มาตรา 72
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290, 83
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่โดยรับว่าทำร้ายร่างกายผู้ตายจริง แต่ไม่เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 10 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87 คงจำคุก 5 ปี
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยคู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยที่ 1 กับนางวันเพ็ญ ผู้ตาย เป็นสามีภริยาที่มิได้จดทะเบียนสมรส วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 บอกจำเลยที่ 1 ว่า ผู้ตายมีชู้ โดยจำเลยที่ 2 เห็นผู้ตายกับชายชู้เข้าห้องและปิดประตูอยู่ด้วยกัน จำเลยที่ 1 เกิดความโกรธ จึงเดินทางไปพบผู้ตาย ณ ที่เกิดเหตุทันที แล้วทำร้ายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 หรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ตายซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ 1 มีชู้ และผู้ตายกับชายอื่นเข้าห้องปิดประตูอยู่ด้วยกันมีลักษณะว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจิตใจจำเลยที่ 1 อย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม พิจารณาประกอบกับเหตุบันดาลโทสะอาจเกิดเพราะคำบอกเล่าได้ ไม่จำเป็นต้องประสบเหตุการณ์ด้วยตนเอง ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ไปทำร้ายผู้ตายทันทีที่ได้รับคำบอกเล่า อันเป็นการกระทำความผิดในขณะนั้น ดังนั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการทำร้ายผู้ตายโดยบันดาลโทสะ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น ส่วนที่ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย แต่สมควรกำหนดโทษใหม่ให้สอดคล้องกับลักษณะความผิด
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก และมาตรา 72 จำคุก 8 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี
จำเลย - นายฉันท์ พระแท่น กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 72
- องค์คณะ
- ไชยยงค์ คงจันทร์
นพวรรณ อินทรัมพรรย์
ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายกิตติพงษ์ กลิ่นขจร
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ - หมายเลขคดี
- หมายเลขคดีดำ - อ7598/2545
หมายเลขคดีแดง - อ3958/2548
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา