ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 แพ่ง
ฎีกาที่ 6795/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การว่าจ้างขนส่งปุ๋ยสินค้าพิพาทเกิดขึ้นก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2535 ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับ กรณีจึงนำพระราชบัญญัติดังกล่าวมาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยปุ๋ยจากบริษัท จ. และบริษัท อ. ผู้สั่งซื้อปุ๋ยจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียอ้างว่าการขนส่งของจำเลยทำให้เกิดความเสียหายแก่ปุ๋ยที่รับขน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าได้ส่งมอบปุ๋ยสินค้าที่รับขนให้แก่บริษัทผู้สั่งซื้อครบถ้วนแล้ว การคำนวณน้ำหนักปุ๋ยยูเรียที่ต้นทางใช้วิธีวัดอัตรากินน้ำลึกของเรือก่อนบรรทุกว่าเรือจมลงไปลึกเท่าใดและวัดอีกครั้งเมื่อบรรทุกแล้วอาจผิดพลาดได้ เพราะระดับน้ำทะเลอาจมีคลื่น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวิธีคำนวณน้ำหนักของปุ๋ยยูเรียที่ท่าเรือต้นทางใช้วิธีวัดอัตรากินน้ำลึก แต่เมื่อปุ๋ยถึงท่าเรือปลายทางจะคำนวณน้ำหนักโดยตักปุ๋ยบรรจุใส่ถุงแล้วนำขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนัก ปุ๋ยบางส่วนจึงอาจตกหล่นในการตักได้ ทั้งโจทก์มิได้นำสืบว่าการคำนวณน้ำหนักปุ๋ยด้วยวิธีวัดอัตราน้ำลึกจะได้เท่ากับวิธีตักปุ๋ยบรรจุถุงแล้วนำขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนัก ฉะนั้นจึงฟังไม่ได้ว่าปุ๋ยที่จำเลยรับขนน้ำหนักขาดหายไป จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญารับประกันภัยปุ๋ยยูเรียจากบริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัด ซึ่งบริษัททั้งสองสั่งซื้อจากผู้ขายในประเทศมาเลเซียและประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยผู้ขายว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ขนส่งทางทะเลมายังกรุงเทพมหานคร เมื่อเรือของจำเลยที่ใช้ในการส่งปุ๋ยเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพและขนถ่ายปุ๋ยขึ้นจากเรือเรียบร้อยแล้ว ปุ๋ยขาดจำนวนและบางส่วนเปรอะเปื้อน ซึ่งเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงิน 603,776 บาท โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้ชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัด ไปแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยเอาจากจำเลยโดยคิดดอกเบี้ยจากค่าเสียหายอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 638,214.11 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 603,776 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อปุ๋ยยูเรียที่จำเลยรับขนถึงท่าเรือกรุงเทพ จำเลยส่งมอบให้แก่บริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัด ถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ตราส่งแล้ว โจทก์คิดค่าเสียหายไม่ถูกต้องและสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 638,214.11 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 603,776 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยโจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า บริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัดซื้อปุ๋ยยูเรียจากประเทศมาเลเซียและประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย รวมน้ำหนักตามใบตราส่งเอกสารหมาย จ.20 ถึง จ.25 จำนวน 15,835,612 เมตริกตัน ซึ่งคำนวณน้ำหนักโดยวิธีวัดอัตรากินน้ำลึกที่ท่าเรือต้นทาง มีปัญหาวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่าปุ๋ยสูญหายเพราะน้ำหนักไม่ครบตามที่ระบุไว้ในใบตราส่ง จำเลยต้องรับผิดชอบในเนื้อความตามใบตราส่งตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติการรบขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าปุ๋ยบรรทุกลงเรือไม่ครบตามจำนวนที่ระบุไว้ จำเลยซึ่งเป็นผู้ขนส่งจะต้องบันทึกเป็นข้อสงวนไว้ในใบตราส่ง เมื่อไม่ได้บันทึกข้อสงวน จึงต้องฟังว่าจำเลยรับสินค้าที่ท่าเรือต้นทางไว้ครบถ้วน และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ขนส่งได้รับของไว้ตามรายการในใบตราส่ง กฎหมายไม่ให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขนส่งพิสูจน์เป็นอย่างอื่น เห็นว่า พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 ยังไม่มีผลใช้บังคับแก่ข้อพิพาทคดีนี้เนื่องจากมีผลใช้บังคับในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2535 นำมาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้ จำเลยจึงมีสิทธินำสืบได้ว่า ได้ส่งมอบสินค้าที่รับขนคือปุ๋ยยูเรียให้บริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัด ครบถ้วนแล้ว ไม่ต้องห้ามตามกฎหมายดังที่โจทก์ฎีกาคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยส่งมอบปุ๋ยยูเรียให้บริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัด ครบถ้วนและไม่เปรอะเปื้อนหรือไม่ ข้อนี้นายสนั่น บุญอากาศ พนักงานของบริษัทแอสโซซิเอท มาริน เซอร์เวเยอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายจากบริษัทเจียไต๋ จำกัด และบริษัทอาคเนย์เกษตรกรรม จำกัด ให้สำรวจปุ๋ยยูเรียที่จำเลยรับขนมาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าเรือขนส่งลำแรกชื่อว่าเรือบางขุนนนท์ เมื่อเรือมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2535พยานไปสำรวจปรากฏว่าปุ๋ยขาดจำนวนไป 87 ตัน และเปรอะเปื้อนประมาณ 250 กิโลกรัมเหตุที่รู้ว่าส่งมอบปุ๋ยขาดจำนวน ก็โดยดูจากยอดที่บรรจุทั้งหมด และทำการชั่งน้ำหนักที่หน้าท่าและนำไปเทียบกับใบตราส่ง ได้ทำรายงานการสำรวจไว้ตามเอกสารหมาย จ.40เรือลำที่ 2 คือเรือบางขุนพรหมมาถึงท่าเรือกรุงเทพเมื่อประมาณปลายเดือนมกราคม 2535 พยานสำรวจแล้วปรากฏว่าปุ๋ยน้ำหนักขาดจำนวนไปประมาณ 74 ตัน ได้ทำรายงานการสำรวจไว้ตามเอกสารหมาย จ.43 ภาพถ่ายปุ๋ยที่บรรทุกมากับเรือบางขุนพรหม ปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.45 และเรือลำที่ 3 คือเรือบางขุนเทียนมาถึงท่าเรือกรุงเทพประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2535 พยานสำรวจแล้วปรากฏว่า ปุ๋ยขาดหายไปจำนวนประมาณ 55 ตัน และเปรอะเปื้อนประมาณ 50 กิโลกรัม ได้ทำรายงานการสำรวจไว้ตามเอกสารหมาย จ.46 เหตุที่รู้ว่าส่งมอบขาดจำนวนก็เพราะดูจากยอดที่ปรากฏทั้งหมดและทำการชั่งน้ำหนักที่หน้าท่าและนำไปเทียบกับใบตราส่งเรือบางขุนพรหมและเรือบางขุนเทียนเมื่อมาถึงท่าเรือกรุงเทพจะนำปุ๋ยที่บรรจุมาชั่งน้ำหนักและบรรจุใส่กระสอบ และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ลักษณะการขนถ่ายจะตักปุ๋ยขึ้นจากเรือแล้วนำไปใส่กรวยขนาดใหญ่ ปลายกรวยจะมีท่อแล้วนำถุงปุ๋ยไปรองรับปุ๋ยจากท่อบรรจุใส่ถุง เมื่อบรรจุแต่ละถุงเสร็จแล้ว จะนำไปชั่งน้ำหนักทันที แต่ละถุงจะมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัมในกรณีที่ปุ๋ยถุงใดมีน้ำหนักเกินตัดออกแล้วจะนำไปใส่ในภาชนะรองรับปุ๋ยที่มีน้ำหนักเกินดังกล่าว ส่วนที่ตัดออกไปแล้วนี้จะนำไปเติมใส่ถุงปุ๋ยซึ่งน้ำหนักขาดจำนวน การตักปุ๋ยออกในกรณีที่ปุ๋ยเกินและตักใส่ในกรณีที่ขาดจะใช้กะละมังเล็ก ๆ ตัก ซึ่งการตักปุ๋ยดังกล่าวอาจมีปุ๋ยตกหล่นได้บางส่วน ตามรายงานการสำรวจเอกสารหมาย จ.40 และ จ.43 ระบุว่า สภาพสินค้าเมื่อเปิดเหล็กปิดระวางออกแล้ว ไม่มีร่องรอยของน้ำเข้าไปในระวาง สินค้าที่เปรอะเปื้อนเกิดจากสนิมท้องเรือและสีที่ทาท้องเรือ นายชุมพล กัลยาณมิตร นายเรือบางขุนเทียน และนาวาตรีสมพร สุวรรณบุณย์ นายเรือบางขุนนนท์ เบิกความเป็นพยานจำเลยทำนองเดียวกันว่า การคำนวณน้ำหนักปุ๋ยยูเรียที่ต้นทางใช้วิธีวัดอัตรากินน้ำลึกของเรือก่อนบรรทุกว่าเรือจมลงไปลึกเท่าใดและวัดอีกครั้งเมื่อบรรทุกแล้วอาจผิดพลาดได้ เพราะระดับน้ำทะเลอาจมีคลื่นเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์และจำเลยนำสืบว่า วิธีคำนวณน้ำหนักของปุ๋ยยูเรียที่ท่าเรือต้นทางใช้วิธีวัดอัตรากินน้ำลึก แต่เมื่อปุ๋ยถึงท่าเรือปลายทางจะคำนวณน้ำหนักโดยตักปุ๋ยบรรจุใส่ถุงแล้วนำขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนัก นายสนั่นพยานโจทก์เองก็เบิกความว่าปุ๋ยบางส่วนอาจตกหล่นในการตักได้ ทั้งโจทก์มิได้นำสืบว่าการคำนวณน้ำหนักปุ๋ยด้วยวิธีวัดอัตราน้ำลึกจะได้เท่ากับวิธีตักปุ๋ยบรรจุถุงแล้วนำขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนัก ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าปุ๋ยที่จำเลยรับขนน้ำหนักขาดหายไปตามที่ฟ้อง จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ส่วนปัญหาที่ว่าปุ๋ยเปรอะเปื้อนหรือไม่นั้นปรากฏว่านายสนั่นเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า สินค้าเปรอะเปื้อนเกิดจากสนิมท้องเรือและสีที่ทาท้องเรือ แต่ตามรายงานการสำรวจเอกสารหมาย จ.40 จ.43 และ จ.46 ระบุแต่เพียงว่า สินค้าปนเปื้อนเศษวัสดุสินค้าสกปรกและมีวัสดุเจือปน และสินค้าปนเปื้อนสิ่งสกปรกและเศษวัสดุตามลำดับ ไม่ได้ระบุว่าปนเปื้อนสนิมท้องเรือหรือสีที่ทาท้องเรือ พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่สอดคล้องกัน และตามเอกสารดังกล่าวกลับระบุว่า สภาพของสินค้าเมื่อเปิดเหล็กปิดระวางออกแล้ว ปรากฏว่าไม่มีร่องรอยของน้ำเข้าไปในระวางสินค้า ปรากฏโดยทั่วไปว่าอยู่ในสภาพดีตามภาพถ่ายหมาย จ.45 ก็ปรากฏว่าปุ๋ยมีจำนวนมากและใส่รวมกันมา การขนส่งโดยบรรจุกระสอบละ 50 กิโลกรัมน่าจะต้องใช้เวลานานการปนเปื้อนอาจเกิดจากการบรรจุกระสอบก็เป็นได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าปุ๋ยปนเปื้อนเพราะการขนส่ง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท นิวแฮมพ์เซอร์ อินชัวรันส์ จำกัด
จำเลย - บริษัท พูลสวัสดิ์ ชิปปิ้ง จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 616
พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 - องค์คณะ
- สถิตย์ ไพเราะ
ปรีชา เฉลิมวณิชย์
วุฒิ คราวุฒิ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา