ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง
ฎีกาที่ 6916/2538
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยที่2ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การโดยขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้แก่จำเลยที่3ถึงที่11ด้วยแต่คำร้องดังกล่าวระบุชัดว่าเป็นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลยที่2แต่เพียงผู้เดียวมิใช่เป็นกรณีที่จำเลยที่3ถึงที่11ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การโดยมิได้แต่งทนายความให้ถูกต้องอันจะต้องพิจารณาบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา18และมิใช่กรณีที่จำเลยที่3ถึงที่11จะพึงให้สัตยาบันในภายหลังได้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่2ให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้แก่จำเลยที่3ถึงที่11ด้วยและมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่3ถึงที่1เป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้องทั้งตามพฤติการณ์ยังไม่อาจถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลพินิจอันเป็นอำนาจของศาลเองอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา23จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งรับคำให้การและสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่3ถึงที่11เนื่องจากมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด15วันตามกฎหมายจึงเท่ากับกับศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวทั้งหมดซึ่งในกรณีนี้โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่3ถึงที่11ขาดนัดยื่นคำให้การก็มิใช่ข้อค้านเรื่องผิดระเบียบอันจะต้องยกขึ้นกล่าวไม่ช้ากว่า8วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา27วรรคสองแต่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยอาศัยอำนาจของศาลเองตามมาตรา27วรรคแรกซึ่งไม่อยู่ในบังคับของระยะเวลา8วันตามมาตรา27วรรคสอง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้บังคับจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การโดยขอให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การแก่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 11 ซึ่งยื่นภายในกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11ขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาด้วยโดยทนายความคนเดียวกันกับทนายจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ไม่ได้ยื่นใบแต่งทนายความไว้ การอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การจึงไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11ที่ศาลสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 จึงเป็นคำสั่งที่ผิดหลง ให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสีย และไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11จำเลย ที่ 3 ถึง ที่ 11 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนจำเลย ที่ 3 ถึง ที่ 11 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลยที่ 2 ระบุชัดว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ยื่นคำร้อง และท้ายคำร้องก็ลงชื่อนายคเณศร์ระบุว่าเป็นทนายความของจำเลยที่ 2คำร้องดังกล่าวจึงเป็นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียว มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การโดยมิได้แต่งทนายความให้ถูกต้อง อันจะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 และจำเลยที่ 2ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้แก่จำเลยที่ 3ถึงที่ 11 ด้วย และมิใช่กรณีที่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 จะพึงให้สัตยาบันในภายหลังได้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ซึ่งหมายความว่าเป็นการอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้แก่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ด้วยโดยที่จำเลยที่ 3ถึงที่ 11 มิได้ร้องขอและมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ 3ถึงที่ 11 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งตามพฤติการณ์ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลพินิจอันเป็นอำนาจของศาลเองอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำให้การแก่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 แล้ว ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขยายระยะเวลายื่นคำให้การแก่จำเลยที่ 3ถึงที่ 11 และมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 และมีคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 จึงเท่ากับศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวทั้งหมดและเห็นว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 มิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด15 วันตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่ 3 ถึงวันที่ 11 คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ชอบการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในกรณีนี้ โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นที่ว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 11 ขาดนัดยื่นคำให้การ ก็มิใช่ข้อค้านเรื่องผิดระเบียบอันจะต้องยกขึ้นกล่าวไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันที่โจทก์ได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสองแต่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยอาศัยอำนาจของศาลเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 วรรคแรก ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของระยะเวลา 8 วันตามมาตรา 27 วรรคสองพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
จำเลย - บริษัท เวอร์คฟิวล์ฯ จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 18, ม. 23, ม. 27
- องค์คณะ
- อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
จเร อำนวยวัฒนา
อรุณ น้าประเสริฐ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา