ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 อาญา
ฎีกาที่ 6935/2544
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนต่อศาลชั้นต้นได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องแล้ว การคุมขังผู้ร้อง ในระหว่างการพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล และการคุมขังในระหว่างการพิจารณาของศาล ย่อมเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เมื่อการคุมขังในขั้นตอนของการฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่ง ตามคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ร้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 90 ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๓ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ร้องทั้งสามเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ร้องทั้งสามไว้ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๓ ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ ตามคดีหมายเลขดำที่ พ. ๑๘๑/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น
ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสามถูกจับโดยไม่มีหมายจับและมิได้มีการแจ้งข้อหา ทั้งไม่ใช่กรณีที่ เจ้าพนักงานตำรวจจะจับได้โดยไม่มีหมายจับ ผู้ร้องทั้งสามถูกควบคุมตัวหลังจากนั้น และเจ้าพนักงานตำรวจยังทำร้ายผู้ร้องที่ ๑ เพื่อการรับสารภาพอีกด้วย การจับและคุมขังผู้ร้องทั้งสามจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจคุมขังผู้ร้องทั้งสาม ขอให้มีคำสั่งปล่อยตัวผู้ร้องทั้งสามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๔๐ ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๙๐
ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งว่า คดีไม่มีพยานหลักฐานให้ฟังได้ว่า การจับกุม การควบคุมตัวและการสอบสวนผู้ร้องทั้งสามไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด คำร้องของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏข้อเท็จจริงตามท้องสำนวนว่า ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๗ การขอฝากขังของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลลาดใหญ่ตามคดีหมายเลขดำที่ พ. ๑๘๑/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงครามได้ยื่นฟ้องผู้ร้องทั้งสามเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๖๘๙/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้อง การคุมขังผู้ร้องทั้งสามในระหว่างพิจารณาของศาลย่อมเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาล และการคุมขังในระหว่างการพิจารณาของศาล ย่อมเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกับการคุมขังในระหว่างการขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เมื่อปรากฏว่า การคุมขังในขั้นตอนของการขอฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวนได้สิ้นสุดไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลฎีกาไม่สามารถจะสั่งตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามให้ได้ คดีไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิจารณาฎีกาของผู้ร้องทั้งสามต่อไป
ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ผู้ร้อง - นายวิรัตน์ พินดง กับพวก
- กฎหมายที่อ้าง
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 — ม. 240
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 90 - องค์คณะ
- สุรชาติ บุญศิริพันธ์
กำพล ภู่สุดแสวง
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายพินิจ บุญชัด
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา