ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่งและอาญา
ฎีกาที่ 696/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คดีแพ่งเรื่องนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมใบรับน้ำมันแล้ว นำใบรับน้ำมันปลอมไปขอรับน้ำมันจากสถานีคลังน้ำมันของโจทก์โดยไม่ชอบ รวมเป็นเงินค่าน้ำมันทั้งสิ้น 724,239.38 บาทขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน946,037.69 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 724,239.38 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระแล้วเสร็จแก่โจทก์ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาและคำขอโจทก์ในคดีอาญาเรื่องก่อนคือการคืนหรือให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ ซึ่งเป็นคำขอส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับ คดีอาญาที่ศาลในคดีอาญามีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษา ได้และเมื่อศาลในคดีอาญาได้รับคำขอส่วนแพ่งของโจทก์ ดังกล่าวไว้พิจารณาโดยชอบแล้วย่อมมีผลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน หรือศาลอื่นอีก ศาลจึงไม่อาจรับวินิจฉัยคำขอเรื่องดอกเบี้ย ในคดีนี้ได้ แม้ในส่วนดอกเบี้ยที่โจทก์มิได้มีคำขอในคดีอาญา ก็ตาม แต่ดอกเบี้ยนี้เป็นดอกผลที่เกิดตามเงินต้นตามกฎหมายการฟ้องร้องในคดีแพ่งเรื่องนี้ที่ขอบังคับจำเลยในส่วนดอกเบี้ยจึงอาศัยและพึงต้องฟ้องมาในคราวเดียวกับเงินต้นจึงต้องห้ามตามคำฟ้องในส่วนเงินต้นด้วย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่รับน้ำมันจากสถานีคลังน้ำมันของโจทก์มาใช้ในหน่วยราชการของโจทก์ จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ทำบัญชีและทำรายงานการรับจ่ายน้ำมันประจำวัน ระหว่างเดือนมกราคม 2529 ถึงเดือนตุลาคม 2529 จำเลยทั้งสองปลอมใบรับน้ำมันของกองพลทหารราบ ที่ 3 รวม 33 ฉบับ และปลอมใบรับน้ำมันของกองพันทหารสื่อสารที่ 3 รวม 5 ฉบับ แล้วนำใบรับน้ำมันปลอมไปขอรับน้ำมันจากสถานีคลังน้ำมันหลายครั้ง โดยไม่ผ่านการตัดยอดจากกองส่งกำลังบำรุงกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 รวมเป็นเงินค่าน้ำมันทั้งสิ้น 724,239.38 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 946,037.69 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 724,239.38 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระแล้วเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ดำเนินคดีอาญาจำเลยที่ 1 กับพวกต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 21 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2530 ตามคดีหมายเลขดำที่ 21/2530 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยขอให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาน้ำมันจำนวนเดียวกันกับน้ำมันในคดีนี้ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 คืนน้ำมันที่เบิกรับไปตามฟ้องหักทอนด้วยน้ำมันเบนซิน 800 ลิตร หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนหรือชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 717,039.38 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ไม่เป็นฟ้องซ้อนโดยเฉพาะในส่วนดอกเบี้ยเพราะมิได้มีคำขอในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 21/2530 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 21นั้น เห็นว่า คำขอโจทก์ในคดีอาญาดังกล่าวคือการคืนหรือให้ใช้ราคาทรัพย์ซึ่งเป็นคำขอส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ศาลในคดีอาญามีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาได้ และเมื่อศาลในคดีอาญาได้รับคำขอส่วนแพ่งของโจทก์ดังกล่าวไว้พิจารณาโดยชอบแล้วย่อมมีผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง(1)ห้ามมิให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือศาลอื่นอีก แม้ในส่วนดอกเบี้ยที่โจทก์มิได้มีคำขอในคดีอาญาก็ตามแต่ดอกเบี้ยนี้เป็นดอกผลที่เกิดตามเงินต้นตามกฎหมาย การฟ้องร้องขอบังคับในส่วนดอกเบี้ย จึงอาศัยและพึงต้องฟ้องมาในคราวเดียวกับเงินต้น จึงต้องห้ามตามคำฟ้องในส่วนเงินต้นด้วยพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - กองทัพบก
จำเลย - จ่าสิบเอก สนั่น โพธิ์ชัย กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 148
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 43, ม. 44
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 173 - องค์คณะ
- วินัย วิมลเศรษฐ
กมล เพียรพิทักษ์
พูนศักดิ์ จงกลนี
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา