ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 อาญา
ฎีกาที่ 7007/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยนำรถจักรยานยนต์เคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถหลังจากตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิสต์กุญแจปิดเปิดเครื่องยนต์แล้ว โดยนำห่างออกมาจากคอกเก็บประมาณ 3 เมตร เข้าองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป"แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์มาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุและหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, 335, 336 ทวิ, 358 ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น.-1041 อำนาจเจริญ กรรไกรคีมตัดเหล็กและไขควงปากแบนของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสอง)ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ, 358 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานลักทรัพย์โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ จำคุก 6 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี4 เดือน ริบกรรไกรคีมตัดเหล็กและไขควงปากแบนของกลาง คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเพียงแต่ถูกตัดสายไฟยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกจากที่จอด จึงยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์นั้น ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่ารถจักรยานยนต์จอดอยู่ห่างจากคอกเก็บรถจักรยานยนต์ประมาณ 3 เมตร ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุซึ่งจำเลยลงชื่อรับรองความถูกต้องก็ระบุไว้ในข้อ 11 ว่ารถจักรยานยนต์ที่เก็บไว้ในคอกที่เก็บถูกคนร้ายลักออกมาจากคอก นำห่างออกมาประมาณ 3 เมตรเศษ และตามภาพถ่ายนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ภาพที่ 4 ก็ระบุว่าผู้ต้องหาแสดงท่าตอนร่วมกับนายพวงที่หลบหนีนำรถเคลื่อนออกมาจากคอกเก็บรถหลังจากกุญแจล็อกคอรถหักและตัดต่อสายไฟสายตรงของสวิตช์กุญแจปิดเปิดเครื่องยนต์แล้ว นำห่างออกมาจากคอกเก็บประมาณ 3 เมตรเศษ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่ารถจักรยานยนต์ถูกนำออกมาจากที่เก็บแล้วประมาณ 3 เมตร อันเป็นองค์ประกอบคำว่า "เอาทรัพย์ไป"แล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 แล้ว ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 ทวิ มานั้น เห็นว่า คนที่ขับรถของจำเลยเพียงแต่ขับรถยนต์คันที่จำเลยเช่าซื้อมาส่งจำเลยกับพวกที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้ขับวนเวียนในลักษณะคล้ายกับจะตามหาจำเลยกับพวกเท่านั้น คนที่ขับรถของจำเลยดังกล่าวไม่ได้ร่วมกับจำเลยกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 ทวิ คงมีความผิดตามมาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสอง เท่านั้น"พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสอง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน รวมกับโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงเหลือจำคุก 4 เดือนรวมเป็นโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร
จำเลย - นาย บุญชูหรือชู ภูผิวฟ้า - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 335, ม. 336 ทวิ
- องค์คณะ
- ชูชาติ ศรีแสง
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
สบโชค สุขารมณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา