ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา

ฎีกาที่ 7133/2541

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ร่วมลงจากรถโดยสารประจำทางในขณะที่รถยังเคลื่อนตัว ทำให้โจทก์ร่วมเสียหลักล้มลงได้รับอันตรายแก่กายสาหัส การได้รับอันตรายแก่กายของโจทก์ร่วมจึงเป็นเพราะโจทก์ร่วม ลงจากรถเอง มิใช่เพราะประตูรถคันเกิดเหตุที่จำเลยขับ ชำรุดปิดไม่ได้ จำเลยไม่ได้กระทำผิดฐานประมาทเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส การที่โจทก์ร่วมเสียหลักล้มขณะลงจากรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุมิใช่เกิดจากจำเลยไม่หยุดรถที่ป้ายจอดรถโดยสารประจำทางและเข้าเกียร์กระชากอย่างแรงตามที่โจทก์กล่าวอ้างจำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43 ประกอบมาตรา 157 การที่โจทก์ร่วมเสียหลัก ล้มขณะลงมาจากรถโดยสารประจำทาง ศีรษะของโจทก์ร่วม ฟาดกับขอบพื้นทางเท้าและขาข้างซ้ายถูกล้อรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุทับได้รับอันตรายสาหัสในทันที การที่จำเลยไม่แสดงตัวและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่ใช่เหตุโดยตรงที่ทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัส จำเลยคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 วรรคหนึ่ง เท่านั้น ไม่มีความผิดตามมาตรา 78ประกอบมาตรา 160 วรรคสอง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 78, 157, 160 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300, 91จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายประสาท หอมสนั่น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเฉพาะข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 78, 157, 160 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท และความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคสอง ปรับ 6,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 9,000 บาทเมื่อเกิดเหตุแล้วญาติจำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยเสนอชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย 60,000 บาท และตกลงชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตามที่ผู้เสียหายจ่ายไปจริง ประกอบกับจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปีโดยให้จำเลยมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือนต่อครั้งตลอดระยะเวลาคุมประพฤติจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 160 วรรคหนึ่ง ลงโทษปรับ 4,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามที่โจทก์ฟ้องจำเลยขับรถโดยสารประจำทางคันหมายเลขทะเบียน 10-0931กรุงเทพมหานคร มาตามถนนพระรามที่ 5 จากปากคลองตลาดไปเตาปูนมีนายประสาท หอมสนั่น โจทก์ร่วมและคนอื่น ๆ โดยสารมาด้วยโจทก์ร่วมนั่งอยู่บนฝาครอบเครื่องยนต์บริเวณส่วนหน้าของรถใกล้กับที่นั่งคนขับ เมื่อรถแล่นมาถึงป้ายจอดรถโดยสารประจำทางก่อนจะถึงบริเวณทางแยกสะพานแดง จำเลยไม่ได้จอดรถรับส่งผู้โดยสารแต่ขับรถแล่นเลยไปบริเวณทางแยกขณะเดียวกันโจทก์ร่วมได้ลุกจากที่นั่งมาที่ประตูขึ้นลงรถด้านหน้าและได้ตกลงจากรถทางประตูด้านหน้ารถดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กายสาหัส มีคนในรถร้องตะโกนว่าคนตกรถ จำเลยจึงหยุดรถบริเวณแยกสะพานแดง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำโดยประมาทขับรถยนต์ซึ่งประตูรถอยู่ในสภาพใช้งานไม่ได้ ไม่สามารถปิดได้ และขับรถกระชากอย่างแรงจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมตกลงจากรถทางประตูด้านหน้ารถได้รับอันตรายแก่กายสาหัสอันจะเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ดังนี้ พยานหลักฐานที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบมาจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยขับรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุกระชาก เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมตกจากรถ แต่ตามพฤติการณ์และข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าโจทก์ร่วมลงจากรถในขณะที่รถยังเคลื่อนตัว ทำให้โจทก์ร่วมเสียหลักล้มลงได้รับอันตรายแก่กายสาหัสมากกว่า การได้รับอันตรายแก่กายของโจทก์ร่วมจึงเป็นเพราะโจทก์ร่วมลงจากรถเองมิใช่เพราะประตูรถคันเกิดเหตุที่จำเลยขับชำรุดปิดไม่ได้ จำเลยไม่ได้กระทำผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมในข้อหานี้จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้นส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยไม่หยุดรถที่ป้ายจอดรถโดยสารประจำทางและเข้าเกียร์กระชากอย่างแรงเป็นเหตุให้ผู้เสียหายตกจากรถได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้นผลที่เกิดแก่ผู้เสียหายเป็นการกระทำโดยตรงจากการกระทำของจำเลยอันถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43 ประกอบมาตรา 157 และหลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในทันทีและไม่ได้แสดงตัว และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงในทันทีเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 วรรคสอง ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์ร่วมเสียหลักล้มลงไปจากรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุมิใช่เกิดจากจำเลยไม่หยุดรถที่ป้ายจอดรถโดยสารประจำทางและเข้าเกียร์กระชากอย่างแรงตามที่โจทก์กล่าวอ้าง แต่ตามพฤติการณ์น่าจะเกิดจากโจทก์ร่วมเองที่ลงจากรถในขณะที่รถยังเคลื่อนตัว ทำให้โจทก์ร่วมเสียหลักล้มลงไปและได้รับอันตรายแก่กายสาหัสดังที่ได้วินิจฉัยแล้วจำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43 ประกอบมาตรา 157 ฎีกาของโจทก์ในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้นและจากข้อเท็จจริงในคดีได้ความว่า เมื่อโจทก์ร่วมเสียหลักล้มลงมาจากรถโดยสารประจำทาง ศีรษะของโจทก์ร่วมฟาดกับขอบพื้นทางเท้าและขาข้างซ้ายถูกล้อรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุทับได้รับอันตรายสาหัสในทันที ฉะนั้น การที่จำเลยไม่แสดงตัวและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่ใช่เหตุโดยตรงที่ทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัส จำเลยคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 วรรคหนึ่ง เท่านั้น ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 วรรคสองดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาย ประสาท หอม ส นั่น
จำเลย - นาย สม ศักดิ์ คำ สอน
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 300
พระราชบัญญัติจราจรทางบก — ม. 43, ม. 78, ม. 157, ม. 160
องค์คณะ
สุพล พันธุมโน
สกนธ์ กฤติยาวงศ์
กมล เพียรพิทักษ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา