ฎีกา ปี พ.ศ. 2556 แพ่ง

ฎีกาที่ 7174/2556

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในครั้งแรกมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอไปแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นครั้งที่สองโดยบรรยายข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ ป.วิ.พ. มาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา กำหนดไว้ จึงไม่เป็นการร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 หรือ มาตรา 144

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสอง 25,604,589.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 17,250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะคืนเงินให้แก่โจทก์ทั้งสองจนครบถ้วน และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2552 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องไม่ได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และเหตุที่จำเลยขาดนัดพิจารณานั้นเป็นความบกพร่องของจำเลยเอง ไม่มีเหตุสมควร ให้ยกคำร้อง
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อีก
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาใหม่ครั้งหนึ่งแล้วในวันที่ 24 กันยายน 2552 และศาลมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่อีก จึงเป็นการยื่นคำร้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย ให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้รับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ฉบับที่สองเป็นการยื่นคำร้องซ้ำหรือไม่ เห็นว่า จำเลยผู้ขาดนัดพิจารณาได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในครั้งแรก แต่มิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่แสดงให้เห็นว่าหากศาลได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอไปแล้ว แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นครั้งที่สอง ซึ่งครั้งนี้ จำเลยได้บรรยายข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา กำหนดไว้ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งยกคำร้องขอฉบับแรกไปแล้ว แต่การยกคำร้องขอดังกล่าว ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นตามคำร้องขอแต่อย่างใด เมื่อคำร้องขอฉบับที่สองได้บรรยายมาครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งยื่นเข้ามาภายในกำหนดเวลา คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ฉบับที่สองของจำเลย จึงไม่เป็นการร้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 หรือมาตรา 144 ตามลำดับ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายสุรชาติ หวังศรีประเสริฐ กับพวก
จำเลย - นายสถิต หลำไหมหรือนายเรืองทรัพย์ ไพบูลย์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 144, ม. 148, ม. 199 จัตวา
องค์คณะ
นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
นิยุต สุภัทรพาหิรผล
วิวรรต นิ่มละมัย
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประหยัด มีมงคล
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์
หมายเลขคดี
หมายเลขคดีดำ - พ2409/2550
หมายเลขคดีแดง - พ615/2552

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา