ฎีกา ปี พ.ศ. 2545 แพ่ง

ฎีกาที่ 7209/2545

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่จำเลยและบุคคลอื่นจะได้ดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ในที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบหรือไม่อย่างไรนั้นย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานของรัฐผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นผู้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิของจำเลยไปตามหน้าที่ เมื่อโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องและพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ต่อไปจำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา นายโสพันธ์ สินธุบดี และนายอำนวย สินธุบดี ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองหรือไม่ ในข้อนี้ทั้งโจทก์จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองต่างก็มีพยานหลายปากมาเบิกความว่า แต่ละฝ่ายต่างครอบครองที่ดินพิพาทกันมาเป็นเวลาหลายสิบปีก่อนที่จำเลยจะขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ทะเบียน เลขที่ 3426 ตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่จำเลย ซึ่งเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าวนี้ได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์และบุคคลอื่นเคยร้องเรียนต่อนายอำเภอขนอมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าทางราชการออกให้แก่จำเลยโดยมิชอบ ศาลฎีกาได้พิจารณาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวโดยตลอดแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนเป็นเรื่องที่โจทก์กับพวกกล่าวหาว่าจำเลยกับบุคคลอื่นได้เข้าครอบครองและขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์บริเวณที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนหลายหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน และตามหนังสือร้องเรียนดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้นำเอาที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองอย่างเป็นเจ้าของไปขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ให้แก่จำเลยดังโจทก์ฟ้อง ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนการที่จำเลยและบุคคลอื่นจะได้ดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบหรือไม่อย่างไรนั้น ย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานของรัฐผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิของจำเลยไปตามหน้าที่ เมื่อโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในข้อนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายเสริม ขันแข็ง
จำเลย - นายจรุง เสือทอง
จำเลย - จำเลยร่วม
จำเลย - นายโสพันธ์ สินธุบดี กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1367
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
องค์คณะ
ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
สุเมธ ตังคจิวางกูร
ชวลิต ยอดเณร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา