ฎีกา ปี พ.ศ. 2549 อาญา

ฎีกาที่ 7233/2549

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าผู้เสียหายอายุ 17 ปี ถึง 18 ปี ขึ้นต่อสู้โดยตรง แต่เมื่อคดีมีเหตุที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215
ผู้เสียหายเป็นลูกครึ่งชาวไทยกับชาวต่างชาติ จากรูปร่างและลักษณะของผู้เสียหายมีเหตุผลทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกินกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 จำเลยคงมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคสาม เท่านั้น

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83 และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 83 (ที่ถูกประกอบด้วย มาตรา 62 วรรคท้าย, 83) ให้จำคุก 18 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุ 17 ปี ถึง 18 ปี ขึ้นต่อสู้โดยตรง แต่เมื่อคดีมีเหตุที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215 ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อนย่อมต้องรู้ว่าผู้เสียหายมีรูปร่างสูงใหญ่เพราะมีบิดาเป็นชาวอเมริกัน จำเลยจึงรู้ดีว่าผู้เสียหายมีอายุไม่เกิน 15 ปี นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของนายพรเทพพี่ชายจำเลยว่าผู้เสียหายเป็นลูกครึ่งชาวไทยกับชาวต่างชาติ รูปร่างอ้วนสูงใหญ่ ทั้งพยานโจทก์ได้แก่ นางศิริพรมารดาของผู้เสียหายเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า บิดาของผู้เสียหายเป็นชาวอเมริกัน ขณะที่ผู้เสียหายเรียนหนังสือจะมีรูปร่างสูงและดูมีอายุมากกว่าเพื่อนที่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน คนทั่วไปจะทักว่าผู้เสียหายมีอายุประมาณ 17 ปี ถึง 18 ปี และนายสุวัฒน์เจ้าของร้านอาหารสเปซซึ่งผู้เสียหายเคยมาสมัครทำงานเป็นพนักงานต้อนรับก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ผู้เสียหายมีรูปร่างสูงใหญ่เข้าใจว่ามีอายุ 19 ปี ถึง 20 ปี จึงเจือสมกับคำเบิกความของนายพรเทพพยานจำเลยดังกล่าว เชื่อได้ว่ารูปร่างและลักษณะของผู้เสียหายมีเหตุผลทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกินกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 จำเลยคงมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคท้าย ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นายพันเทพหรือพัน เฮงสุวรรณ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 62 วรรคสาม, ม. 276 วรรคสอง, ม. 277 วรรคสาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 185, ม. 215
องค์คณะ
วัฒนชัย โชติชูตระกูล
อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
พิทยา บุญชู
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลอาญา - นายสุรัตน์ชัย ศิลาภากุล
ศาลอุทธรณ์ - นายชูเกียรติ ตันทวีวงศ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา