ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 อาญา

ฎีกาที่ 7237/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้าย หลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไป ร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดย ป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 68 ไม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 288, 371 และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน
ระหว่างพิจารณา นางประทุนวัน คลองผล มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83, 371 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ฐานพาอาวุธไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริง ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท รวมลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เฉพาะความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นคนละหนึ่งในสาม โดยเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตและปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100 บาท ริบมีดและปลอกมีดของกลาง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ได้พิเคราะห์คำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนที่ให้การว่าเมื่อทราบว่าคนทำร้ายจำเลยที่ 1 เป็นพวกวัยรุ่นบ้านลาด จำเลยที่ 1 จึงบอกว่าไม่ต้องกลัวมัน ลุยมันเลย จำเลยทั้งสองจึงกระโดดข้ามกำแพงวัดเข้าไปเตะและแทงกลุ่มวัยรุ่น ผู้ตายหกล้ม จำเลยที่ 2 จึงเข้าแทงผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 วิ่งเข้าไปฟันผู้ตาย ซึ่งสอดคล้องและเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์และโจทก์ร่วม ทำให้พยานโจทก์และโจทก์ร่วมมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ถูกวัยรุ่นคนหนึ่งทำร้ายหลังจากเหตุการณ์สงบแล้วเล็กน้อย จำเลยทั้งสองจึงเข้าไปร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายฝ่ายเดียว การกระทำของจำเลยทั้งสองในลักษณะดังกล่าวหาใช่เป็นการกระทำโดยป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 20 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสี่แล้ว คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 15 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว
โจทก์ร่วม - นางประทุมวัน คลองผล
จำเลย - นายบรรจง มีดินดำ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 68
องค์คณะ
ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
มงคล คุปต์กาญจนากุล
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดภูเขียว - นายสุรชัย สื่อยรรยงศิริ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา