ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา
ฎีกาที่ 7242/2541
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การที่เจ้าพนักงานตำรวจติดตามค้นหารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่หายไปทั้งคัน แต่ไปพบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของรถจักรยานยนต์ดังกล่าวได้ที่บ้านจำเลยที่ 2 ในลักษณะถอดเป็น ชิ้นส่วน โดยจำเลยทั้งสองรับว่าซื้อไว้เพราะราคาถูกพฤติการณ์ ดังกล่าวจึงเป็นการส่งเสริมให้มีการลัก จักรยานยนต์ มาก ยิ่งขึ้น และเป็นการช่วยปิดบังการกระทำผิดเพราะเมื่อรถจักรยานยนต์ ของกลางถูกถอดแยกออกเป็นชิ้นส่วนแล้วนำไปขายเช่นนี้ เจ้าพนักงานตำรวจย่อมยากที่จะติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้ จึงสมควรลงโทษสถานหนัก เพื่อปรามมิให้การกระทำผิดเช่นนี้ แพร่หลายต่อไป และไม่ควรรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสอง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานรับของโจรศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง, 83 จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายแล้ว ให้ลงโทษสถานเบาจำคุกคนละ3 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้รอการลงโทษโดยจำเลยทั้งสองได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 45,000 บาทให้ผู้เสียหายและผู้เสียหายแถลงไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยทั้งสองนั้นเห็นว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้องข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันรับของโจรชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ รวม 6 รายการ ตามบัญชีของกลางท้ายฟ้องตามฟ้องโจทก์ระบุว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหายไปทั้งคันแต่เจ้าพนักงานตำรวจติดตามยึดของกลางชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ได้ที่บ้านจำเลยที่ 1 ในลักษณะถอดเป็นชิ้นส่วนรวม 6 รายการซึ่งจำเลยทั้งสองให้การว่ารับซื้อไว้เพราะเห็นว่าราคาถูกพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้มีการลักรถจักรยานยนต์มากยิ่งขึ้นและเป็นการช่วยปิดบังการกระทำผิด เพราะเมื่อรถจักรยานยนต์ของกลางถูกถอดแยกออกเป็นชิ้นส่วนแล้วนำไปขายเช่นนี้ เจ้าพนักงานตำรวจย่อมยากที่จะติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้จึงสมควรลงโทษสถานหนัก เพื่อปรามมิให้การกระทำผิดเช่นนี้แพร่หลายต่อไปที่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสองเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นาย สุวัฒน์ ปลั่ง น้อย กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 56, ม. 357
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 185 - องค์คณะ
- ศุภชัย ภู่งาม
สถิตย์ ไพเราะ
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา